posttoday
ม็อบไม่กระทบท่าเรือ เม.ย.สินค้าเพิ่ม18%

ม็อบไม่กระทบท่าเรือ เม.ย.สินค้าเพิ่ม18%

24 พฤษภาคม 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — การท่าเรือฯ เผยสินค้าผ่านท่าเพิ่ม 18% เดือน เม.ย. 2553 ระบุขนส่งสินค้าทางน้ำไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตกลางเมือง

นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดเหตุความวุ่นวายในประเทศ ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบังไม่ได้รับผลกระทบในการขนส่งสินค้า

ช่วงเดือน เม.ย. 2553 พบว่าปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 18% ส่วนเดือน พ.ค. ยังไม่มีรายงานยกเลิกการเทียบท่า ปกติจะมีเรือเทียบท่าวันละ 78 ลำ

ส่วนการเดินทางเข้าออกท่าเรือก็ไม่มีปัญหา โดยท่าเรือกรุงเทพจะใช้ทางด่วนเป็นหลัก ส่วนที่ท่าเรือแหลมฉบังก็มีทางเข้าออกหลายเส้นทางรองรับ

สำหรับความพร้อมในการเข้าบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2554 นั้น กทท.อยู่ระหว่างการพิจารณาแผนงานร่วมกับกรมเจ้าท่า โดยมีการศึกษาปริมาณสินค้าผ่านท่าแตกต่างกัน เนื่องจากตัวเลขที่ กทท.ประเมินปริมาณสินค้าผ่านท่าได้ต่ำกว่าของกรมเจ้าท่า ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตัวเลขปริมาณสินค้าผ่านท่าถือว่ามีความสำคัญ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาเงินลงทุน และการจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรที่จะใช้ในท่าเรือทั้งหมด“กทท.จะเข้าไปบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญในการบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 คือ ต้องกำหนดมาตรการห้ามเรือสินค้าจอดเทียบท่าตามแนวฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งต้องกำหนดโดยกรมเจ้าท่า เพื่อให้เรือสินค้าใช้บริการที่ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 มิเช่นนั้นการบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 จะประสบปัญหาขาดทุนได้” นายเฉลิมชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกทท.บริหารจัดการท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 ซึ่งมีกำไรเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ถึงกับขาดทุนเหมือนที่ท่าเรือระนอง แต่ก็ยังมีความกังวลในการบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 เพราะท่าเรือใหม่นี้จะมีขนาดใหญ่กว่า การลงทุนหรือต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้านนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 มีความคืบหน้าประมาณ 30% ล่าช้ากว่าแผน 4.7% เนื่องจากพบอุปสรรคระหว่างการขุดดินและร่องน้ำที่พบหินเป็นจำนวนมาก ทำให้การปฏิบัติงานลำบากและล่าช้า ซึ่งตามแผนงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.2554 หลังจากนั้น กทท.จะเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ

อย่างไรก็ตาม กทท.มีความเป็นห่วงเรื่องผลประกอบการหลังเข้ามาบริหารท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 เพราะในช่วงแรกจะประสบปัญหาขาดทุน ประกอบกับรัฐบาลมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชียงของห้วยทราย ซึ่งจะต่อเชื่อมกับถนน R3A ที่สามารถเดินทางจากจีน ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และไทย ซึ่งอาจทำให้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน