
ตลาดรถที่เงียบงัน
คลื่นมรสุมของกำลังซื้อที่ลดลงในอุตสาหกรรมรถยนต์ไม่เพียงแต่กระทบกับตลาดรถยนต์ใหม่ป้ายแดงเท่านั้น เนื่องจากสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นยังกระทบไปยังตลาดรถนำเข้า (เกรย์มาร์เก็ต) และตลาดรถยนต์มือสองด้วย
คลื่นมรสุมของกำลังซื้อที่ลดลงในอุตสาหกรรมรถยนต์ไม่เพียงแต่กระทบกับตลาดรถยนต์ใหม่ป้ายแดงเท่านั้น เนื่องจากสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นยังกระทบไปยังตลาดรถนำเข้า (เกรย์มาร์เก็ต) และตลาดรถยนต์มือสองด้วย
ปั่นป่วนจนทำเอาผู้ประกอบการหลายรายจากทั้งสองธุรกิจที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตา บ้างก็เงียบหาย บ้างก็หายไปจากวงการ คร่าวๆ ตัวเลขของเต็นท์รถมือสองที่ตั้งแต่รายยิบย่อยไปจนกระทั่งเจ้าบิ๊กบึ้มในประเทศไทยที่มีกว่า 3,000 ราย ถึงตอนนี้หายไปจากตลาดแล้วในระดับ 30%
ขณะที่เกรย์มาร์เก็ตที่เคยปากแข็งบอกว่ากำลังซื้อของตลาดไม่ลด ไม่หาย ไม่กระทบ นั้นก็ต้องระส่ำระสายอยู่บ้าง เพราะกิจกรรมทางการตลาดหรือการจัดรายการส่งเสริมการขายต่างๆ เงียบเหงา เรียกว่าเป็น “ช่วงรัดเข็มขัด” ก็คงไม่ผิดนัก
ไหนจะโดนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทที่อ่อนตัวส่งผลต่อราคารถนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งไปกันใหญ่ แถมสินค้าเหล่านี้ยังเข้าข่ายเป็นสินค้าจำพวก “อาร์ตตัวแม่” ที่ต้องใช้อารมณ์ในการตัดสินใจซื้อเป็นที่ตั้ง คงพาให้ตลาดหดหายแบบเห็นผล
อีกเหตุผลสำคัญที่น่าจะมีความเชื่อมโยงกันในทั้งสองธุรกิจ คือ ความเข้มข้นของกฎหมายและการตรวจสอบการฟอกเงินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อาจทำให้เบื้องลึกเบื้องหลักในธุรกิจนี้อาจต้องหนาวๆ ร้อนๆ เลยต้อง “เฟดเอาต์” ดูสถานการณ์ก่อน
ตลาดรถในช่วงเวลานี้จึงเป็นไปในทิศทางเดียวกันหมดทั้งรถใหม่ รถมือสอง รถไฮเอนด์นำเข้า ที่สำคัญในครึ่งปีหลังยังไม่รู้ว่าจะฟื้นได้จริงอย่างที่หลายคนคาดหวังหรือไม่ คงต้องลุ้นกันเหนื่อยน่าดู







