
อุปกรณ์เชื่อมต่ออัจฉริยะขับเคลื่อนคอมพ์ในอนาคต
ประธานของอินเทลย้ำ อุปกรณ์เชื่อมต่ออัจฉริยะแบบผสมผสาน
ประธานของอินเทลย้ำ อุปกรณ์เชื่อมต่ออัจฉริยะแบบผสมผสาน
จะเป็นตัวขับเคลื่อนการใช้คอมพิวเตอร์ในอนาคต
ปัจจุบันการแบ่งประเภทเทคโนโลยีทำยากขึ้น เนื่องจากเป็นยุคเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ผสมผสานที่ลักษณะภายนอก (Form Factor) มีความสำคัญน้อยกว่าประสบการณ์ใช้งานที่ได้รับจากการใช้ และอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างกันและกัน เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีคลาวด์
ในงานคอมพิวเท็กซ์ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงไทเป ไต้หวัน มีผู้ผลิตและออกแบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ร่วมแสดงแท็บเล็ตกว่า 130 รุ่น ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอินเทล รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และวินโดวส์ พร้อมออกสู่ตลาดแล้วกว่า 10 รุ่น
เรเน่ เจมส์ ประธานของอินเทล กล่าวว่า เมื่อการใช้งานคอมพิวเตอร์มีวิวัฒนาการและขยายตัวต่อเนื่อง ก้าวข้ามการใช้งานพีซีรูปแบบเดิมไปแล้ว ทั้งอินเทลและบริษัทด้านเทคโนโลยีในไต้หวันจึงมีโอกาสน่าตื่นเต้นที่จะสร้างประวัติศาสตร์ความร่วมมือทางนวัตกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีส่วนบุคคลตอบสนองความต้องการผู้ใช้งานได้มากขึ้นอย่างไร้ขอบเขต
ตามกฎ Moore’s Law เป็นพื้นฐานแนวคิดลดต้นทุนการผลิต อุปกรณ์ขนาดเล็กลง แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น กินไฟต่ำลง ตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการทั่วไปรวมถึงอินเทลให้ความสำคัญ โดยขยายขอบเขตการทำงาน ศักยภาพเทคโนโลยีอินเทลและระบบอีโคซิสเต็มของไต้หวัน จากเทคโนโลยีคลาวด์ และ Internet of Things สู่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาส่วนบุคคล และเทคโนโลยี Wearable
นอกจากนี้ อินเทลยังมุ่งเสนอเทคโนโลย SOC หรือ System on Chip รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อ และการสื่อสารหลายรูปแบบ สำหรับแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนหลากกลุ่มราคา ทำงานได้บนหลายระบบปฏิบัติการด้วย
เรเน่ กล่าวว่า อินเทลมีแท็บเล็ตอีกกว่า 130 รุ่น ที่วางจำหน่ายหรือกำลังจะเปิดตัวปีนี้ จากผู้ผลิตทั่วโลก ในงานคอมพิวเท็กซ์ครั้งนี้ ได้เปิดตัวแท็บเล็ตที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอินเทลกว่า 12 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายแล้ว ส่วนใหญ่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และ 35% ของแท็บเล็ตที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ มาพร้อมกับโซลูชั่นการสื่อสารของอินเทลด้วย
ผลิตภัณฑ์ 6capable Intelฎ XMM 7260 LTEAdvanced platform (6capable อินเทลฎ เอ็กซ์เอ็มเอ็มแอลทีอีแอ็ดว๊านซ์ แพล็ตฟอร์ม) นั้น มีการส่งมอบเพื่อให้ทดลองการทำงานได้แล้ว ซึ่งทำให้อินเทลก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของตลาดนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ในอุปกรณ์ที่จะวางจำหน่ายจริงในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ยัง หลิว ผู้บริหารจากฟ็อกซ์คอนน์* ได้ขึ้นเวทีพร้อมกับ เรเน่ และประกาศเปิดตัวแท็บเล็ตที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอินเทลมากกว่า 10 รุ่น โดยบางรุ่นเริ่มมีวางจำหน่ายแล้ว โดยครอบคลุมตั้งแต่ราคาระดับเริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นที่เน้นประสิทธิภาพสูง แท็บเล็ตเหล่านี้จะใช้ อินเทลฎ อะตอมโปรเซสเซอร์ เอสโอซี ชื่อรหัส “Bay Trail” (เบย์ เทรล) และ “Clovertrail+ พลัส” (โคลเวอร์เทรล) และยังมีอีกหลายรุ่นที่มาพร้อมกับความสามารถในการรับสัญญาณ 3G หรือ LTE อีกด้วย
ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นความก้าวหน้าการพัฒนา SOC สำหรับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตราคาระดับเริ่มต้น ซึ่งจะออกสู่ตลาด ไตรมาส 4 ปีนี้ อินเทลได้สาธิตการใช้สมาร์ทโฟนต้นแบบที่ใช้อินเทล SOFIA 3G โซลูชั่น แบบดูอัลคอร์ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำอินเทล SOFIA LTE (โซเฟีย แอลทีอี) แบบควอดคอร์ สู่ตลาดช่วงครึ่งแรกของปี 2558 โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อินเทลประกาศเป็นพันธมิตรด้านกลยุทธ์กับ Rockchip นำเทคโนโลยี อินเทล โซเฟีย 3G แบบควอดคอร์ ไปใช้ในแท็บเล็ตสำหรับกลุ่มผู้เริ่มใช้งาน ซึ่งกำหนดวางจำหน่ายครึ่งแรกของปีหน้า
นอกจากนี้ เรเน่ ยังได้เผยโฉมโน้ตบุ๊กต้นแบบที่ไม่มีพัดลมระบายความร้อนซึ่งใช้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จากอินเทล โดยมีความบางเพียง 7.2 มิลลิเมตร มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 12.5 นิ้ว และน้ำหนักเบาเพียง 0.67 กิโลกรัม โดยมาพร้อมกับคีย์บอร์ดแบบถอดได้และแท่นวางสำหรับใช้ชมมัลติมีเดีย โดยจะใช้เป็นตัวระบายความร้อนพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น โดยเครื่องต้นแบบนี้ สร้างขึ้นเพื่อใช้งานกับ โปรเซสเซอร์รุ่นต่อไปของอินเทล ชื่อรหัส บรอดเวลล์ (Broadwell) ซึ่งมีขนาด 14 นาโนเมตร ผลิตมาสำหรับอุปกรณ์ทูอินวัน ที่จะวางจำหน่ายปลายปีนี้ Intelฎ Core M Processor (อินเทลฎ คอร์ เอ็ม โปรเซสเซอร์) ถือเป็นตัวประมวลผลที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดในตระกูล คอร์ นับตั้งแต่เคลิตมา1 โดยอุปกรณ์ที่ใช้ตัวประมวลผลรุ่นนี้ จะไม่มีพัดลมระบายความร้อน โดยจะติดตั้งทั้งในแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง และแล็บท็อปที่บางเฉียบ
อินเทล ยังคงให้ความความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการการใช้งานพีซีที่มีประสิทธิภาพขั้นสูง โดยได้เปิดตัว Intelฎ Core i7 and i5 Processor (อินเทลฎ คอร์ ไอเซเว่น และ ไอไฟว์ โปรเซสเซอร์) เจเนอเรชั่น 4 ในตระกูล K ซึ่งถือว่าเป็นตัวประมวลผลตัวแรกที่ ทำงานแบบสี่คอร์ และแต่ละคอร์สามารถทำงานด้วยความเร็ว 4Ghz ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพขั้นสูง และต้องการ Overclock โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะเริ่มวางจำหน่ายต้นเดือนมิถุนายน ปีนี้
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง เรเน่ได้เปิดตัว Intelฎ SolidState Drive Data Center Family for PCIe (อินเทลฎ โซลิดสเต็ท ไดร์ฟ ดาต้า เซ็นเตอร์ แฟมิลี่) ซึ่งสามารถรับมือกับข้อมูลอันมหาศาล โดยให้ความเสถียรและความปลอดภัยต่อข้อมูล ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนได้ โดยผลิตภัณฑ์นี้ จะมีวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
การที่เทคโนโลยีจะมอบประสบการณ์ใช้งานเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น ต้องเข้าใจมนุษย์ระดับที่โต้ตอบกันได้เป็นธรรมชาติ เช่น ความร่วมมือที่จะนำ เทคโนโลยี อินเทล เรียลเซนส์ เทคโนโลยี และกล้อง 3 มิติ ใส่ในกลุ่มอุปกรณ์ทูอินวัน ออลอินวัน แท็บเล็ต รวมถึงอุปกรณ์ประมวลผลส่วนบุคคลอื่น ให้นักพัฒนาได้คิดค้นการใช้งานที่เป็นธรรมชาติ และโต้ตอบกับผู้ใช้งานฉลาดยิ่งขึ้น







