
สิงคโปร์-จีนลุยลงทุนอสังหาฯ
ทุนสิงคโปร์จีนเมินการเมืองไทย สั่งลุยลงทุนอสังหาฯ ในไทยต่อ
ทุนสิงคโปร์จีนเมินการเมืองไทย สั่งลุยลงทุนอสังหาฯ ในไทยต่อ
นายสถิรัตร์ ตัณฑนันทน์ ประธานสมาคมสถาปนิกเอเชีย เปิดเผยว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการเมืองไทยจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่กลุ่มทุนต่างชาติจำนวนไม่น้อยยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และมองการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนระยะยาว จึงสั่งเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่อง เช่น กลุ่มทุนสิงคโปร์ที่เป็นลูกค้าของบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งเริ่มเข้ามาร่วมทุนกับนักลงทุนตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังเดินหน้าเจรจาเทกโอเวอร์อาคารต่างๆ ที่มีศักยภาพ รวมถึงเข้ามาลงทุนก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มูลค่า 700 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นทุนจีนที่เพิ่งตกลงเซ็นสัญญาว่าจ้างให้บริษัทออกแบบโครงการให้ ก็สั่งเดินหน้าต่อเช่นกัน โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากออกแบบแล้วจะใช้เวลาในการขออนุญาตก่อสร้าง 89 เดือนจึงจะเริ่มลงทุนก่อสร้างจริง เพราะขั้นตอนในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ และขออนุญาตก่อสร้างของไทยใช้เวลาค่อนข้างนาน
ทั้งนี้ คาดว่านับจากนี้จะมีความเคลื่อนไหวจากทุนต่างชาติเข้ามาต่อเนื่อง เพราะการเมืองของไทยเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี แม้ว่าคำว่ารัฐประหารในมุมของต่างชาติ ค่อนข้างรุนแรง แต่มีต่างชาติบางส่วนที่คุ้นเคยกับตลาดเมืองไทย หรือศึกษาตลาดในไทยมานานก่อนจะลงทุนจะไม่กังวล เพราะรัฐประหารในไทยไม่มีความรุนแรง แต่ภาพการเข้ามาของทุนต่างชาติจะชัดเจนอีกครั้งจะเป็นปีหน้า เพราะเป็นช่วงที่ประเมินว่าไทยจะมีผู้บริหารประเทศชัดเจน
สำหรับภาพรวมการออกแบบในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาชะลอตัวจากปัจจัยทางการเมือง ซึ่งภาคเอกชนต่างคาดหวังว่าการเมืองจะนิ่ง และจะทำให้การลงทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น เพราะต่างชาติยังมองไทยเป็นประเทศที่มีความน่าลงทุน ด้วยศักยภาพของภูมิประเทศ และต้นทุนการลงทุนที่ไม่สูงมาก ทำให้มีอัตราผลตอบแทนที่ดี แต่การเมืองต้องนิ่ง แล้วเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้ามาเอง
ด้านการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เป็นสิ่งที่วงการสถาปนิกให้ความสนใจ โดยในปีหน้าสมาคมสถาปนิกเอเชียจะจัด “อาเซียน อีโคโนมิก ฟอรั่ม” ดึงคนในวงการก่อสร้าง และสถาปนิกจากทั่วอาเซียนเข้ามาสัมมนาในไทย เพื่อมองภาพรวมการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนร่วมกันเพราะเชื่อว่าหลังจากนี้ อาเซียนจะเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นในด้านการลงทุนก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ มากจากเม็ดเงินที่หลั่งไหลจากมาทั่วโลก และแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาระบบรางที่มาเชื่อมต่อกันด้วย







