posttoday
ขอเพลงใหม่ (ดีๆ)

ขอเพลงใหม่ (ดีๆ)

06 มิถุนายน 2557

ดนตรีและบทเพลงเป็นอีกสื่อที่สามารถสะท้อนความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้แต่งและสังคมแวดล้อมในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้ บางเพลงที่มีเนื้อหาดีๆ ดนตรีโดนๆ ก็กลายเป็นเพลงอมตะ ที่คนทุกรุ่นร้องติดปาก จำติดใจได้ง่าย และรู้สึก “อิน” กับบทเพลงได้ตลอด แบบไม่ต้องสนวัยกันเลยทีเดียว

ดนตรีและบทเพลงเป็นอีกสื่อที่สามารถสะท้อนความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้แต่งและสังคมแวดล้อมในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้ บางเพลงที่มีเนื้อหาดีๆ ดนตรีโดนๆ ก็กลายเป็นเพลงอมตะ ที่คนทุกรุ่นร้องติดปาก จำติดใจได้ง่าย และรู้สึก “อิน” กับบทเพลงได้ตลอด แบบไม่ต้องสนวัยกันเลยทีเดียว

แต่ความอมตะของเพลงแบบนี้ กำลังกลายเป็นอีกปัญหาของอุตสาหกรรมดนตรีของเวียดนาม ที่บอกว่าตอนนี้อยากได้เพลงใหม่ๆ มาประดับวงการบ้าง เพราะกลายเป็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บรรดานักร้องชอบเอาเพลงเก่าที่อมตะมาขับร้องมากกว่าเพลงใหม่ๆ ที่ไร้ชีวิตชีวา ไม่มีอะไรน่าสนใจ เช่นเดียวกับรายการโชว์เพลงและการแสดงตามสถานบันเทิงที่ต่างเลือกร้องเพลงอมตะมากกว่า

ขณะที่ชาร์ตบิลบอร์ดเพลงฮิตของเวียดนามที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีเพลงอมตะแบบนี้ติดชาร์ตเสมอทั้งโชว์รายเดือนหรือรายไตรมาส ตัวอย่างเช่น เพลง “Chiec khan pieu” เพลงเก่าอายุประมาณ 60 ปี ที่ชนะรางวัลที่ 1 ในโชว์ปี 2555 ส่วนเพลง “Chiec vong cau hon” แต่งเมื่อปี 2535 ที่ติดท็อปชาร์ตของรายการในปี 2556

หลายคนในเวียดนามพยายามหาคำตอบว่า ทำไมเพลงสมัยนี้ถึงแพ้ทางเพลงเก่าๆ ผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีวิเคราะห์ว่า เพลงใหม่ๆ ที่แต่งกันออกมามากมายตอนนี้ล้วนจืดชืด ไม่มีชีวิตชีวา นักแต่งเพลงใช้เวลาชั่วข้ามคืนแต่งเพลง ก่อนปล่อยให้คนฟังบนอินเทอร์เน็ต

เพลงใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะแต่งเพื่อใช้คู่ดนตรีแนวแดนซ์หรืออาร์แอนด์บี ซึ่งจะเน้นท่วงทำนองที่เหมาะกับการเต้น จนไม่ค่อยสนใจกับเนื้อร้อง

ส่วนนักแต่งเพลงดังๆ ก็ไม่ได้แต่งเพลงเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ผลงานส่วนใหญ่ของพวกเขาในยุคนี้กลับเป็นไปตามใบสั่งของนักร้อง โปรดิวเซอร์ และบริษัทโฆษณามากกว่า

แถมเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังทำให้เพลงออกมาคล้ายๆ กัน ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนักแต่งเพลง ขณะที่ตัวนักร้องเองที่อยากดังเร็วๆ ก็มักจะสนใจกับรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าที่จะสนใจเลือกเพลงดีๆ

ขณะเดียวกัน วัน ถิ มิงห์ เฮือง ผู้อำนวยการ โรงเรียนดนตรีโฮจิมินห์ ซิตี้ ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาด้านดนตรีที่ไม่ดีพอ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเพลงใหม่ดีๆ ตำราเรียนล้าสมัย เอาแต่เน้นสอนเพลงจนละเลยเรื่องดนตรีบรรเลงและความรู้อื่นๆ ด้านดนตรี

อย่างไรก็ตาม น่าดีใจว่าท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนเพลงใหม่ดีๆ แบบนี้ บรรดานักท่องเน็ตของเวียดนามก็ได้ระดมสมองเพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมเพลงท้องถิ่น โดยริเริ่มรางวัล “Cong Hien” ที่ถือว่าเป็น เวียดนาม มิวสิค แกรมมี่ อวอร์ด เมื่อปี 2548 เพื่อค้นหาและเชิดชูเพลงใหม่ทรงคุณค่าและนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ และในปีเดียวกันก็มีรางวัล “Bai Hat Viet” ที่แปลว่า เพลงเวียดนาม เป็นเวทีค้นหาและยกย่องนักแต่งเพลงรุ่นใหม่และผลงานของพวกเขาเช่นกัน

นอกจากเวทีแบบนี้แล้ว นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ไอเดียดีก็หันมาอัพโหลดผลงานตัวเองทั้งเพลงใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และมิวสิกวิดีโอขึ้นยูทูบและเว็บไซต์ดนตรีท้องถิ่น เช่น nhaccuatui.com เพื่อหาที่ยืนสำหรับตัวเองในอุตสาหกรรมเพลงยุคนี้ ที่ท่วมท้นไปด้วยดนตรีที่ผลิตเพื่อการค้าและความบันเทิง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน