
ร้านอาหารนี้ไม่มีซ้ำ
เชื่อว่าคนทุกคนย่อมมีร้านอาหารในดวงใจที่มักจะเดินทางไปกินบ่อยๆ เพราะติดใจในรสชาติการปรุงอาหารของพ่อครัวหรือแม่ครัวประจำร้าน แต่ทว่าสำหรับร้านอาหารแห่งหนึ่งในสหรัฐแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อร้านอาหารแห่งนี้เลือกที่จะเป็นร้านอาหารแนวใหม่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติใหม่ๆ ของอาหารอยู่เสมอ
เชื่อว่าคนทุกคนย่อมมีร้านอาหารในดวงใจที่มักจะเดินทางไปกินบ่อยๆ เพราะติดใจในรสชาติการปรุงอาหารของพ่อครัวหรือแม่ครัวประจำร้าน แต่ทว่าสำหรับร้านอาหารแห่งหนึ่งในสหรัฐแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อร้านอาหารแห่งนี้เลือกที่จะเป็นร้านอาหารแนวใหม่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติใหม่ๆ ของอาหารอยู่เสมอ
“แอลทีโอ คิทเช่น” (ซึ่งแอลทีโอนั้นย่อมาจาก “ลิมิเต็ด ไทม์ โอนลี”) เป็นชื่อของร้านอาหารแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ในดัลลัสของสหรัฐ ที่เปิดทำการครั้งแรกในปี 2012 โดยจุดน่าสนใจของธุรกิจแห่งนี้คือ การ “เปลี่ยนเมนูอาหารที่ให้บริการ เปลี่ยนพ่อครัว และเปลี่ยนบรรยากาศของร้าน” อยู่ตลอดทั้งปี โดยต่อปีจะเปลี่ยนเมนูอาหารใหม่ พ่อครัวใหม่ 3 ครั้ง หรือคิดง่ายๆ ก็คือ ร้านอาหารแห่งใหม่จะเกิดขึ้นทุกๆ 4 เดือน
สำหรับการเลือกพ่อครัวหรือเปลี่ยนรูปแบบการออกแบบร้านนั้นไม่ได้มาจากการจ่ายเงินให้กับร้านอาหารแห่งนี้ เพื่อขอเข้ามาปรุงอาหารให้กับลูกค้า ทว่าจะเป็น “ประชาชน” ที่จะเป็นคนตัดสินว่าพ่อครัวหรือแม่ครัวคนใด รวมไปถึงดีไซน์ร้านแบบใดที่จะเข้ามาอยู่ในแอลทีโอ คิทเช่น แห่งนี้
ขั้นแรก บรรดาเชฟรวมไปถึงนักออกแบบต้องส่งใบสมัครเข้ามากับทางธุรกิจเสียก่อน ซึ่งทางร้านจะมีคณะผู้ตัดสิน ซึ่งประกอบไปด้วยเชฟชื่อดัง และ “เคซี คาล์ดเวลล์” ผู้ก่อตั้งธุรกิจแห่งนี้เป็นผู้ตัดสินให้ผ่านเข้ารอบ ทั้งในส่วนของเชฟและดีไซเนอร์
หลังจากนั้น เมื่อได้ผู้เข้ารอบมาจำนวนหนึ่งแล้ว ทางแอลทีโอ คิทเช่น จะนำรายชื่อของผู้เข้ารอบขึ้นบนหน้าเว็บไซต์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนในดัลลัสได้ลงคะแนนเสียง เพื่อให้เห็นถึงความนิยม และแน่นอนว่าหากพ่อครัวหรือแม่ครัว รวมไปถึงดีไซเนอร์คนใดก็ตามที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจะได้มาเป็นเชฟและผู้ออกแบบภายในของร้าน ที่จะเปิดให้บริการต่อไปอีกเป็นเวลา 4 เดือน
ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ “บรูค เอกเกอร์” เชฟหญิงคนหนึ่งเพิ่งได้คะแนนความนิยมสูงสุดจากการลงคะแนนโหวตในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เอกเกอร์ จึงได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นเชฟที่ร้านแห่งนี้เป็นเวลา 4 เดือน โดยขณะนี้เชฟคนนี้ยังเหลือเวลาทำงานที่แอลทีโอ คิทเช่น อีกเป็นเวลา 115 วัน ซึ่งเมนูอาหารที่ เอกเกอร์ ทำนั้นจะเรียกว่า “เออร์เบิน รีเจียนนอล” ซึ่งเปิดให้บริการทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น โดยมีทั้งอาหารทานเล่น อาหารจานหลัก ไปจนถึงของหวาน ขณะที่ดีไซเนอร์ที่ออกแบบร้านในระหว่างที่ เอกเกอร์ เป็นเชฟใหญ่นั้นตกเป็นของ “เบียนกา แอนทกเนลลิ อาร์ท แกลอรี”
เพราะฉะนั้นแล้ว แม้ว่าร้านอาหารแห่งนี้อาจจะไม่ได้ให้รสชาติเดิมๆ อย่างที่คุ้นเคย แต่ก็นับว่าเป็นสีสันใหม่ๆ ของลูกค้าที่จะได้ลิ้มลองรสชาติของเชฟฝีมือดีในอาหารที่หลากลายรูปแบบและหลากหลายรสชาติ







