posttoday
"น่านมอลต์"ต้นแบบวิสาหกิจชุมชน

"น่านมอลต์"ต้นแบบวิสาหกิจชุมชน

06 มิถุนายน 2557

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ ได้ดำเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี เพิ่มมูลค่ามาเป็นมอลต์ข้าวสาลี

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ ได้ดำเนินการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี เพิ่มมูลค่ามาเป็นมอลต์ข้าวสาลี ใช้สำหรับหุงต้ม และเครื่องดื่มชาข้าวสาลี ถือเป็นแบรนด์แรกและรายเดียวในประเทศไทย และใช้กรรมวิธีการปลูกข้าวสาลีแบบปลอดสารพิษ เป็นต้นแบบของวิสาหกิจชุมชนที่เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ เป็นการรวมกลุ่มของประชาชนใน ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน จำนวน 30 คน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกข้าวสาลี ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งการปลูกข้าวสาลีจะต้องอยู่ในพื้นที่ดอยสูงที่มีอากาศเย็น ดังนั้น น่านจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกพืชชนิดนี้ โดยการปลูกข้าวสาลีจะให้ผลผลิตปีละครั้ง จึงนำมาปลูกสลับกับการปลูกข้าว

“สมศรี ไชยรังสินันท์” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีมีทั้งข้าวมอลต์สำหรับหุงต้ม ที่สามารถนำไปผสมกับข้าวเพื่อหุงต้มหรือนึ่ง หรือนำเป็นส่วนผสมในการทำอาหาร และขนมหวานต่างๆ รวมทั้งได้พัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่คือ “ชาข้าวสาลี” ที่ใช้ชงกับน้ำร้อน จะให้กลิ่นรสเข้มข้น มีส่วนประกอบจากรากอ่อนข้าวสาลี เมล็ดข้าวสาลี และเยื่อหุ้มเมล็ด นำไปผสมในอาหารและเครื่องดื่มร้อนได้ทุกชนิด

ความพิเศษของข้าวสาลี คือ มีสารอาหารสูง และมีสารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้มีการร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยพัฒนาชุมชน เกษตรอำเภอ สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น และภาคเอกชน ทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งผลผลิตทุกอย่างมาจากเกษตรกรและแม่บ้านในพื้นที่ที่คิดค้นและผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น (แฮนด์เมด) และทำให้ได้มอลต์ที่มีคุณค่าทางสารอาหาร

ปัจจุบันสินค้าได้มีการวางจำหน่ายแล้ว ทั้งที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ ใน อ.เวียงสา รวมถึงจำหน่ายผ่านเว็บไซต์และอีเมล รวมทั้งมีตัวแทนจำหน่ายใน กทม. ซึ่งตลาดกำลังมีแนวโน้มเติบโตดี เพราะในประเทศมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวสาลีในจำนวนที่น้อย ส่วนแผนการตลาดต่อจากนี้ไปจะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบรนด์ “น่านมอลต์” สู่กลุ่มผู้บริโภคคนไทยให้รู้จักมากขึ้น และขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ให้มากขึ้น

สมศรี กล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มวิสาหกิจน่านมอลต์ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ คือ การวางแนวทางการทำตลาดและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการ เพราะส่วนใหญ่กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นสินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) จะไม่มีความชำนาญเรื่องการสร้างและการหาตลาดใหม่ โดยหากความต้องการซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ทางกลุ่มมีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้น

นอกจากนี้ กลุ่มยังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปสินค้าเกษตรในพื้นที่ทั้งลูกเดือย มะไฟจีน และข้าวเหนียว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นนโยบายหลักของกลุ่มเพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้าที่มีผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรในท้องถิ่นมากที่สุด และในระยะยาวจะขยายผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวต่อไปในอนาคต

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของวิสาหกิจชุมชน ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ นำออกสู่ตลาดด้วยความแตกต่าง

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน