posttoday
หุ้นผวาจลาจล-วิกฤตยุโรป

หุ้นผวาจลาจล-วิกฤตยุโรป

24 พฤษภาคม 2553

เหตุจลาจลกระทบหุ้นไทยช่วงสั้น มองปัญหาจบไม่ขาด โบรกเตรียมปรับประมาณการกำไร บจ.

เหตุจลาจลกระทบหุ้นไทยช่วงสั้น มองปัญหาจบไม่ขาด โบรกเตรียมปรับประมาณการกำไร บจ.

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต เปิดเผยว่า ในช่วงสั้นดัชนีหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ เพราะสองปัจจัยคือเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงทำให้ความเสี่ยงของประเทศไทยสูงขึ้นรวมถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจในยุโรปและจีน ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอการเติบโต

“วันนี้พูดยากว่าหุ้นจะลงสักกี่จุด แต่ดัชนีหุ้นมีโอกาสลดลง โดยเฉพาะตัวหุ้นที่ต่างชาติถืออยู่จำนวนมาก และยังมีกำไรพอสมควร ส่วนแนวโน้มต่อไปต้องติดตามเหตุการณ์วันต่อวันหากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นอีก เชื่อว่าดัชนีแถว 700 จุด น่าจะรับไหว คงไม่รูดลงแรงถึง 670-680 จุด อย่างที่ทางเทคนิคคาดการณ์กัน” นายพิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้น|ปรับตัวลงแรง ก็เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นบางตัว เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ถ้าลงมาต่ำกว่า 25 บาทก็น่าสนใจ แม้สาขาถูกเผาหรือทำลายแต่ผลงานยังดีอยู่ รวมถึงหุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (CPF) ที่จะได้รับผลกระทบไม่มาก ส่วนบริษัทอื่นจะต้องประเมินผลกระทบก่อน อาทิ ธนาคารพาณิชย์นอกจากสินเชื่ออาจไม่เพิ่มมากนักแล้วคุณภาพสินเชื่อก็ยังด้อยลง

นายพิชัย กล่าวว่า ธนชาตมีโอกาสปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้นของ บจ.ปีนี้ลง เหลือโตต่ำกว่า 15% จากก่อนหน้านี้ได้ปรับลดมาแล้วจากขยายตัว 18% เหลือ 15% เมื่อเกิดเหตุการณ์การชุมนุม

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้ ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงมากกว่าขึ้น จาก 3 เหตุผล คือ 1.ความเสียหายที่เกิดขึ้น บริษัทที่ได้รับผลกระทบถูกปรับลดประมาณ
2.แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ การลงทุนใหญ่ๆ จากต่างประเทศชะลอตัว และ 3.ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเปิดครึ่งวันและปิดทำการ ยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลงจากวิกฤตการเงินในยุโรป
สำหรับการลงทุนระยะกลาง 2-3 เดือนจากนี้ไป ตลาดอยู่ในทิศทางซึมลง จากปัญหาการเมืองที่ยังไม่จบ เป็นปัจจัยเสี่ยงของประเทศ รวมทั้งปัญหาการเงินในยุโรป ทำให้เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นเร็วอย่างที่คิด

อย่างไรก็ดี สภาพคล่องที่เข้าไปช่วยอุดในวิกฤตการเงินของกรีซ จะไหลไปลงทุนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น ตลาดตราสาร ตลาดพันธบัตรของสหรัฐ สังเกตได้ว่าผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มลดลงสุดท้ายแล้วจะไหลเข้าตลาดหุ้น คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะได้ประโยชน์จากสภาพคล่อง

“บล.ทิสโก้ประมาณการดัชนีหุ้นสิ้นปีแบบอนุรักษ์ หรือต่ำสุดแล้วที่ 815 จุด และไม่จำเป็นต้องปรับจากการสลายการชุมนุม ส่วนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรของตลาดหุ้นจะพิจารณาอีกครั้งหลังจากหารือผลกระทบบริษัทต่างๆ แล้ว” นายไพบูลย์ กล่าว

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศเปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยออกมาต่อเนื่อง หากดูสัญญาณจากช่วงที่ตลาดหุ้นไทย|ปิดสองวัน (20-21 พ.ค.) กองทุนที่ไปซื้อขายที่ตลาดสหรัฐและอิง SET 50 เอ็นเอวีปรับตัวลดลงอย่างมาก

“ภาพตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไป จากก่อนหน้านี้ต่างชาติขายหุ้นออกมามาก แต่ดัชนีหุ้นไม่ลงและกลับดีดขึ้นสวนตามแรงรับซื้อของนักลงทุนทั่วไปและสถาบันในประเทศ เพราะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้ลุล่วงด้วยดี แต่หลังเกิดเหตุจลาจลต้องกลับมาคิดและอาจจะไม่มีแรงรับเข้ามา นอกจากนี้ก็ยังมีโอกาสให้นักลงทุนไทยขนเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยออกไปต่างประเทศมากขึ้น”

ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อตลาดหุ้นไทยยังต้องใช้เวลากว่าจะกลับเข้ามาใหม่ เพราะสถานการณ์ยังไม่จบ ทำให้การเมืองเป็นความเสี่ยงของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ประเทศและตลาดหุ้นไทยในระยะกลางและยาวยังมีความน่าสนใจอยู่ และเชื่อว่าหากทุกอย่างสามารถคลี่คลายลงด้วยดี โอกาสที่ต่างชาติจะกลับเข้ามาก็จะเกิดขึ้นได้

ด้านบริษัทจดทะเบียน (บจ.) |ที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้เบื้องต้น|คือ ธนาคารพาณิชย์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) โรงแรมดุสิตธานี (DTC) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล (CENTEL) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERAWAN) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน