
ทริสยันเรตติ้งบจ.ดี
พิษการเมืองแค่ปรับมุมมองฉุดท่องเที่ยวCENTELยอมรับกำไรไตรมาส2ลด
พิษการเมืองแค่ปรับมุมมองฉุดท่องเที่ยวCENTELยอมรับกำไรไตรมาส2ลด
ทริส ชี้ปัญหาการเมืองไม่ฉุดอันดับเครดิต บจ. ท่องเที่ยวเจ็บ CENTEL ยอมรับไตรมาส 2
นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศและการทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบ จนต้องมีการลดอันดับเครดิต หรือเรตติ้ง ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย เนื่องจากเห็นว่าพื้นฐานของแต่ละ บจ.ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่อาจมีการปรับมุมมองบ้าง
อย่างไรก็ตาม หากประเมินภาพรวมของธุรกิจไทย พบว่าธุรกิจท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบมากที่สุด แม้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการพบและชี้แจงกับทูตประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ยอมรับว่าการประกาศกฎอัยการศึกและการรัฐประหารในไทย เป็นผลกระทบที่ไม่อาจเรียกความเชื่อมั่นคืนได้ในระยะสั้น
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ยังคงมีการประกาศเตือนประชาชนในการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวคงไม่ง่ายนัก แม้จะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญก็ตาม
ทริส คาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 นี้ จะยังคงติดลบ แต่น่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสแรก แม้ว่าทาง คสช.จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการจ่ายเงินคืนให้ชาวนา ซึ่งจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4 นี้ ปรับตัวดีขึ้น
ด้านผลการดำเนินงานของ บจ.ในไตรมาส 2 คาดว่ากำไรจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้
ปัจจุบัน ทริสมีลูกค้า 140 บริษัท เป็นลูกค้าใหม่ 10 บริษัท บริษัทเหล่านี้มีแผนเตรียมระดมทุนในตลาด โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันลูกค้าของทริสได้มีการออกหุ้นกู้ไปแล้ว 1 แสนล้านบาท จากทั้งอุตสาหกรรม มีการออกหุ้นกู้ทั้งหมด 2 แสนล้านบาท
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายการเงินบัญชี บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTEL กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2557 คาดว่าจะลดต่ำกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมือง รวมถึงเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ
อย่างไรก็ดี หลังจากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร
สำหรับรายได้ปีนี้ บริษัทคงเป้าไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เมื่อการเมืองในครึ่งปีหลังจะเริ่มคลี่คลาย รวมไปถึง คสช.มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา จะส่งเสริมให้มีการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ในขณะที่การยกเลิกเคอร์ฟิวในจังหวัดท่องเที่ยว ส่งผลให้ยอดจองห้องพักออนไลน์เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี หลังจากยอดจองห้องพักรวมในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ลดลง 20-30% ส่วนทั้งอุตสาหกรรมลดลง 30-40%
ทั้งนี้ ไตรมาสแรกบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 4,674.58 ล้านบาท และมีกำไร 501.88 ล้านบาท
นายรณชิต กล่าวว่า แนวโน้มกำไรในปีนี้ของบริษัทคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 1,321.92 ล้านบาท ทั้งนี้หวังว่าในช่วงไตรมาส 3 อัตราการเข้าพักของโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 75-76%







