posttoday
จีนล่าหัวกระทิต่างชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จีนล่าหัวกระทิต่างชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

04 มิถุนายน 2557

จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนคนวัยทำงานมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งส่งเสริมการเป็นฐานการผลิตสำคัญในช่วงที่ผ่านมา

โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียนโพสต์ทูเดย์

จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนคนวัยทำงานมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งส่งเสริมการเป็นฐานการผลิตสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันจีนก็ยังต้องการมันสมองของชาวต่างชาติมาช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไปด้วย

รัฐบาลจีนจึงมีแนวคิดที่จะปรับกฎระเบียบการขอกรีนการ์ด หรือการเป็นผู้พำนักอาศัยถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อดึงดูดหัวกะทิจากนอกประเทศให้เข้ามาทำงานในจีนได้สะดวกขึ้น หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เรียกร้องให้ปรับนโยบายต่างๆ ให้เปิดกว้างขึ้น ดึงดูดชาวต่างชาติที่มีความสามารถมาทำงานในจีน

จางเจียงกั๋ว หัวหน้าสำนักงานบริหารกิจการผู้เชี่ยวชาญต่างชาติของจีน ให้สัมภาษณ์กับไชน่า เดลี ว่า จีนให้ความสำคัญกับการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญพิเศษชาวต่างชาติเพื่อมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะด้านมลพิษ สิ่งแวดล้อม และการจัดการมลพิษ

แต่ขั้นตอนการขอกรีนการ์ดในปัจจุบันยังซับซ้อน จีนจึงต้องปรับกระบวนการให้บริการของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกันและเร่งบางขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น

จีนเริ่มนำระบบกรีนการ์ดมาใช้ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับที่รัฐบาลกำหนดไว้ สามารถพักอาศัยอยู่ในจีนได้โดยไม่จำกัดเวลา และเข้าออกประเทศได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่า

ไชน่า นิวส์ เซอร์วิส ได้อ้างข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ ว่า ตั้งแต่เริ่มนำระบบกรีนการ์ดมาใช้ รัฐบาลจีนได้อนุมัติกรีนการ์ดให้ชาวต่างชาติไปเพียง 4,700 คน ระหว่างปี 2547-2554 และถึงปัจจุบันมีชาวต่างชาติได้กรีนการ์ดไปแล้วแค่ 6,000 คน โดยคนที่ขอกรีนการ์ดสำเร็จล้วนมีคุณสมบัติสอดคล้องกับที่ทางการระบุไว้ เช่น นักธุรกิจที่ลงทุนในจีนอย่างน้อย 5 แสนเหรียญสหรัฐ พร้อมกับสร้างรายได้จากการลงทุนได้ดีอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี หลังการลงทุน

นอกจากนี้ ก็ยังมีคนที่มีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ทำงานในจีนอย่างน้อย 4 ปี ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ผู้อำนวยการโรงงาน รองศาสตราจารย์ หรือผู้ช่วยนักวิจัย หรือคนที่มีตำแหน่งสูงกว่านั้น ขณะที่คู่สมรสของชาวต่างชาติที่ได้รับกรีนการ์ดแล้วก็สามารถสมัครได้เช่นกัน โดยจะต้องแต่งงานมาแล้วมากกว่า 5 ปี และอยู่อาศัยในจีนปีละไม่น้อยกว่า 9 เดือน

หลิวกัวฟู่ นักวิชาการด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง มองว่า การอนุมัติกรีนการ์ดของจีนให้น้ำหนักที่ตำแหน่งหน้าที่การงานมากกว่าความสามารถของผู้สมัคร และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ยังมีมาตรฐานการพิจารณาแตกต่างกัน

“ไม่ใช่ว่าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติทุกคนจะมีตำแหน่งบริหารหรือเป็นระดับผู้อำนวยการ การประเมินรูปแบบนี้จึงจำกัดกลุ่มชาวต่างชาติที่มีสิทธิขอกรีนการ์ดและมีผลต่อความน่าดึงดูดใจของระบบกรีนการ์ดจีน”

นอกจากระบบกรีนการ์ดแล้ว รัฐบาลจีนยังได้จัดทำโครงการอื่น เพื่อดึงคนเก่งจากต่างประเทศให้มาทำงานในจีนด้วย เช่น โครงการ “1,000 talent plan” ที่ดึงนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติเข้ามาทำงานได้แล้ว 4,100 คน นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อ 5 ปีก่อน

เมื่อปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มวีซ่าประเภท R ให้กับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่มีทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วนด้วย ซึ่งตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังกำหนดรายละเอียดใหม่สำหรับแผนวีซ่าประเภทนี้

ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติมาเรียนและทำงานในจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจที่เติบโตและเปิดกว้างมากขึ้น ในปีที่ผ่านมามีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติประมาณ 6.13 แสนคนเข้ามาทำงานในจีน และมากกว่า 60% ทำงานนานกว่า 3 เดือน

แม้ชาวต่างชาติสนใจมาทำงานในจีนมากขึ้น แต่จีนกลับประสบปัญหาขาดดุลคนเก่งอย่างต่อเนื่อง เพราะมีชาวจีนระดับหัวกะทิออกไปตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2555 เพียงปีเดียวพบว่ามีชาวจีนขอสิทธิเป็นพลเมืองของประเทศอื่นมากกว่า 1.48 แสนคน ขณะที่มีชาวต่างชาติได้รับกรีนการ์ดของจีนเพียง 1,202 คน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน