
ด่านสะเดาเริ่มใช้บาร์โค้ดเช็กรถเข้าไทย
ด่านศุลกากรสะเดาได้ฤกษ์ใช้ระบบบาร์โค้ดตรวจรถเข้าไทย ช่วยขนส่งสะดวก
ด่านศุลกากรสะเดาได้ฤกษ์ใช้ระบบบาร์โค้ดตรวจรถเข้าไทย ช่วยขนส่งสะดวก
นายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ นายด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด่านศุลกากรสะเดาได้นำระบบบาร์โค้ดมาใช้ตรวจสอบรถยนต์จากต่างประเทศที่เข้าออกประเทศไทย จากเดิมที่ใช้ระบบการยื่นเอกสารทุกครั้งที่มีการเข้าออกประเทศ ซึ่งระบบใหม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการนำยานพาหนะเข้าประเทศไทย เป็นการเก็บข้อมูลการเข้าออกทุกครั้ง ประหยัดเวลา ช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้ายานพาหนะหรือลักลอบการขนถ่ายสินค้าของผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น น้ำมัน และเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ ด่านศุลกากรสะเดาเป็นด่านที่ 3 ในประเทศไทยที่ใช้ระบบบาร์โค้ด หลังจากด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้นำร่องใช้ไปแล้ว โดยโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกรมศุลกากรที่ต้องการให้มีการพัฒนาด่านศุลกากรให้ทันสมัยและอำนวยความสะดวกด้านการค้า
“ผู้ประกอบการสามารถมาลงทะเบียนขอรับบาร์โค้ดได้ที่ด่านศุลกากรสะเดา โดยจะมีการตรวจสอบประวัติการนำรถเข้าออกของผู้ประกอบการก่อน และจะให้ บาร์โค้ดเฉพาะผู้ที่มีการนำรถเข้าออกเป็นประจำหลายครั้ง ขณะนี้ผู้ยื่นขอส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการจากมาเลเซีย โดยทางด่านได้แจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการใช้ระบบบาร์โค้ดต่อผู้ประกอบการไปแล้วตั้งแต่เดือน มี.ค.” นายกรีชา กล่าว
ขณะเดียวกันเมื่อดำเนินการใช้ระบบบาร์โค้ดกับยานพาหนะต่างชาติแล้ว สักระยะหนึ่ง จะพัฒนามาใช้ระบบนี้กับ ยานพาหนะไทยที่ต้องการออกไปต่างประเทศด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่ง โดยปัจจุบันมีปริมาณรถยนต์ต่างชาติที่เข้ามาในไทย ที่ผ่านการลงทะเบียนจากด่านศุลกากรสะเดาจำนวน 7.7 แสนคันต่อปี และมีจำนวนคนผ่าน 4.7 ล้านคนต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 2557 คือการขยายพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดาเพื่อรองรับการค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยจะมีการขยายพื้นที่เพิ่มอีก 20 ไร่ ใช้งบประมาณ 77 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี ซึ่งโครงการนี้มีการทำสัญญาในวันที่ 15 มิ.ย. 2557 และโครงการของบประมาณพัฒนาชายแดนจากกระทรวงมหาดไทย 6.98 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นผิวถนนและภูมิทัศน์
ขณะที่การค้าชายแดนของไทยผ่านด่านศุลกากรสะเดาอยู่ในภาวะปกติไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง หรือความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เพราะเหตุระเบิดไม่ได้อยู่ใน จ.สงขลา







