
จับตาแผนสังคม คสช.เพิ่มศักยภาพ-คุณภาพชีวิตคน
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจหลายมาตรการ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาตรการเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจหลายมาตรการ หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้
เรื่องดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ของไทย แม้จะเป็นเพียงมาตรการเดียว เมื่อเทียบกับแผนงานการจัดตั้งเออีซี (เออีซี บลูพรินท์) แต่ก็น่าจะพอผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งขึ้นได้บ้าง ภายใต้ภาวะ “เร่งด่วน”
ในทางตรงกันข้าม คสช.ยังไม่ได้แถลงมาตรการเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางปี 2556 ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งมี สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในขณะนั้นเป็นประธาน มีมติสรุป 10 ประเด็นเร่งด่วนที่ไทยต้องดำเนินการก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวปลายปี 2558
แต่ทั้ง 10 ประเด็นก็ยังไม่ได้รับการขับเคลื่อนเท่าที่ควร เนื่องจากติดปัญหาภายในประเทศหลายด้าน
หากเลือกประเด็นเร่งด่วนจริงๆ ขึ้นมาทำภายใต้กรอบเวลาที่เหลือเพียง 1 ปีครึ่ง ประเด็นที่น่าจะต้องเลือกขึ้นมาก่อน ได้แก่ 1.การพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาและสมรรถนะที่จำเป็น 2.การพัฒนาระบบคุ้มครองแรงงานทั้งในและนอกระบบ 3.การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขอย่างบูรณาการ และ 4.การขจัดความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมบทบาททรัพยากรมนุษย์ในชนบท
อย่างไรก็ตาม ในยุคการบริหารของ คสช. กระทรวงฝ่ายสังคมจิตวิทยาทั้ง 7 กระทรวง ซึ่งประกอบด้วย 1.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.กระทรวงวัฒนธรรม 5.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6.กระทรวงศึกษาธิการ และ 7.กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ได้แสดงท่าทีให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว
เช่น ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นส่วนใหญ่ที่ สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงนำเสนอ เน้นประเด็นจัดสรรงบประมาณที่คั่งค้างจากสมัยรัฐบาลเดิม เช่น โครงการจัดซื้อแท็บเล็ต โซนที่ 4 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) การจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขณะที่การพัฒนาด้านภาษาและสมรรถนะที่จำเป็นก่อนปี 2558 ไม่ได้มีการนำเสนอแผนเร่งด่วนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ยังต้องตั้งคำถามด้วยว่า ภายใต้โครงสร้างของ คสช. การทำงานด้านสังคมจะบูรณาการมากน้อยเพียงใด เพราะกระทรวงที่ดูเรื่องการพัฒนาคน เช่น กระทรวงแรงงาน กระจายไปอยู่ในกระทรวงฝ่ายเศรษฐกิจ กระทรวงที่ดูแลเรื่องการขจัดความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น กระทรวงมหาดไทย ไปอยู่ในฝ่ายความมั่นคง
หากไทยยังต้องการให้ประเทศพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 ทั้ง คสช.และกระทรวงที่เกี่ยวข้องน่าจะต้องพิจารณาโรดแมปกันอีกครั้ง เพื่อให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาค ภายใต้กรอบเวลาที่เหลือแค่ 1 ปีครึ่ง







