posttoday
รายย่อยชิ้นส่วนปรับตัวรออุตฯยานยนต์ฟื้นปี'58

รายย่อยชิ้นส่วนปรับตัวรออุตฯยานยนต์ฟื้นปี'58

02 มิถุนายน 2557

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เป็น 1 ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ถัดจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เป็น 1 ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ถัดจากอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจจากกำลังซื้อภายในประเทศถดถอยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยอุตสาหกรรมยานยนต์มีจำนวนการผลิตที่ลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 จากนโยบายคืนภาษีรถคันแรกที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องเพิ่มกำลังการผลิต ทั้งเครื่องจักรและแรงงาน แต่เมื่อนโยบายรถคันแรกสิ้นสุดลง ยอดการสั่งซื้อและผลิตก็ลดลงกลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องแบกรับภาระค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรและค่าจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับวิกฤตการเมืองที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศที่ชะลอตัว

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชะลอตัว 30% ส่วนภาคการขายลดลง 45% ทั้งนี้มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้กว่า 2,400 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 1,641 ราย มีแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์รวมทั้งหมดกว่า 5 แสนคน

อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังเป็นไปด้วยดี สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกให้ประเทศในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. จำนวน 201,773.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 9.3%

แม้การผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มสูงขึ้น แต่การผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศกลับลดลง เนื่องจากความสามารถในการบริโภคภายในประเทศหดตัวลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องสู่ความเสี่ยงในการปลดพนักงาน ดังนั้นในจังหวะเวลานี้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีควรเร่งปรับปรุงกระบวนการทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อลดต้นทุนในภาพรวม

ประเสริฐ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงเจริญ ทูลส์ เซ็นเตอร์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กล่าวว่า ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มชะลอตัวมาระยะหนึ่งแล้ว หลังสิ้นสุดโครงการนโยบายรถคันแรก โดยเฉพาะกำลังซื้อภายในประเทศที่หดตัวเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หากมองในภาพรวมของอุตสาหกรรมยอดขายรถยนต์ลดลงกว่า 40% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่งผลต่อเนื่องสู่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีการปรับตัวลดลง และกระทบยังเอสเอ็มอีโดยตรง

ในปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องปรับอากาศ เฉลี่ย 2 ล้านชิ้นต่อเดือน ผลิตให้กับรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน อีซูซุ และมิตซูบิชิ โดยในแต่ละปีบริษัทมีคำสั่งซื้อเฉลี่ย 500 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดมียอดคำสั่งซื้ออยู่ที่ 300 ล้านบาท จากยอดการผลิตของบริษัทลดลงกว่า 20-30% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งแม้ว่าจะมีคำสั่งผลิตลดลง แต่บริษัทไม่มีนโยบายปรับลดพนักงานที่มีอยู่ราว 300 คนแต่อย่างใด แต่หันไปเพิ่มทักษะและพัฒนาศักยภาพการผลิตให้สูงขึ้น และเน้นการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) มากขึ้น

ขณะที่กำลังการผลิตจะผลิตตามคำสั่งซื้อเท่านั้น ไม่มีการผลิตเพื่อเก็บเป็นสต๊อกไว้ และไม่มีการทำงานล่วงเวลาของพนักงาน ทำให้รายได้ของพนักงานลดลงจงจึงต้องประหยัดมากขึ้น พร้อมจัดสร้างเครือข่ายพันธมิตรอุตสาหกรรม โดยบริษัทเป็นผู้นำกลุ่มมีสมาชิก 20 บริษัท ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ทีทีซีซี คลัสเตอร์” เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางธุรกิจในฐานะคู่ค้าร่วมกัน

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น จากกำลังซื้อที่คืนกลับมา จากเงินรับจำนำข้าวที่ชาวนาได้รับ ที่นำกลับมาใช้จ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศต่อ รวมถึงการรอหลายโครงการของภาครัฐที่จะเข้ามาลงทุน ส่วนภาพรวมธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น คาดว่าจะทยอยปรับตัวในช่วงไตรมาส 4 ที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ด้วยรถยนต์ค่ายต่างๆ ยังมีสต๊อกชิ้นส่วนอยู่จำนวนหนึ่งที่จะต้องระบายให้หมดภายในโค้งสุดท้ายครึ่งหลังปีนี้ และคาดว่าบรรยากาศภาพรวมในอุตสาหกรรมยานยนต์จะเริ่มดีขึ้นในปี 2558

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร