
STECควงไดวาโรดโชว์ยุโรป
อธิบายต่างชาติให้เข้าใจเรื่องรัฐประหารภาครัฐเร่งลงทุนเพิ่มงานในมือปี’58-59
อธิบายต่างชาติให้เข้าใจเรื่องรัฐประหารภาครัฐเร่งลงทุนเพิ่มงานในมือปี’58-59
ไดวา ส่งเทียบเชิญ STEC โรดโชว์ยุโรป เชื่อเป็นจังหวะดีอธิบายนักลงทุนเข้าใจรัฐประหาร
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับเชิญจาก บริษัทหลักทรัพย์ ไดวา ให้ไปร่วมนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) แก่นักลงทุนในกลุ่มประเทศยุโรป คือ อังกฤษ สกอตแลนด์ และเยอรมนี ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2557 นี้
การไปโรดโชว์ครั้งนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีเพราะจะได้อธิบายให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้เข้าใจว่ารัฐประหารที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้มีความรุนแรง แต่เป็นการหาจุดจบของปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน
“ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อธิบายให้นักลงทุนต่างชาติเข้าใจเพราะเชื่อว่านักลงทุนยังคงมีความเป็นห่วงสถานการณ์ และเรามีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งก็ต้องช่วยกันทำให้เขาเกิดความเข้าใจและทราบถึงความจำเป็นว่าต้องเข้ามาเพื่อขจัดความขัดแย้งของคนในชาติและรัฐบาลก็จะต้องแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาและนำประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งในอนาคต” นายภาคภูมิ กล่าว
นอกจากนี้ นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นของประเทศ ซึ่งในคราวนี้จะเห็นว่าเป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการ แต่คงจะต้องระมัดระวังในเรื่องของความโปร่งใส และอธิบายได้ของการลงทุนแต่ละโครงการ
ผู้ประกอบการธุรกิจขอให้ใครก็ได้ที่มีอำนาจเต็มในการบริหารงานเข้ามาขับเคลื่อน เศรษฐกิจให้เดินหน้าเพราะการที่เรามีรัฐบาลรักษาการที่ไม่มีอำนาจเต็มก็จะมีปัญหาในบางขั้นตอนของการทำงาน
นายภาคภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของ STEC ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีถ้าหากมีงานประมูลของภาครัฐออกมาในช่วงนี้เพราะจะช่วยเสริมงานในมือของปี 2558 และ 2559 ส่วนงานของปีนี้บริษัทมีในมือที่เพียงพออยู่แล้ว
ด้านราคาหุ้น STEC ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารวม 2.90 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 15.18% แม้ว่าเพิ่งจะปรับตัวลงในวันที่ 30 พ.ค. จำนวน 0.50 บาท มาปิดที่ระดับ 22 บาท ก็ตาม หลังจากนักลงทุนกังวลว่าหุ้นรับเหมาฯ ตอบสนองข่าวเรื่องภาครัฐจะรีบลงทุนในโครงการขนาดใหญ่มากเกินไปหรือไม่
อย่างไรก็ตาม STEC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มรับเหมาฯ ซึ่งนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ซื้อในลำดับต้นๆ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เห็นได้จากสามารถในการทำกำไรสูงสุด (นิวไฮ) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากงานที่ประมูลได้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง โดยในไตรมาสแรกกำไรสุทธิ 414 ล้านบาท สูงสุดในกลุ่มและอัตรากำไรสุทธิที่ 7.5%
นอกจากนั้น บริษัทยังมีเงินสดอยู่ในมือสูงมาก ทำให้มีรายได้ดอกเบี้ยรับ สามารถบริหารต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างได้ด้วย ขณะเดียวกันยังได้งานเพิ่มขึ้น ล่าสุดได้งานที่ สปป.ลาว ในงานก่อสร้างและปรับปรุงถนน มูลค่าโครงการ 656 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน







