
SCCทะลุ4.7แสนล.
ยันผลิตเต็มกำลังเพิ่มยอดขายส่งออกไทยไม่ดีได้ปิโตรเคมีธุรกิจเมืองนอกช่วย
ยันผลิตเต็มกำลังเพิ่มยอดขายส่งออกไทยไม่ดีได้ปิโตรเคมีธุรกิจเมืองนอกช่วย
SCC ลั่นปีนี้ ยอดขายทะลุเป้า 4.76 แสนล้านบาท ส่งออกโต ปิโตรเคมีไปได้สวย ต่างประเทศหนุน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า มั่นใจว่ายอดขายรวมของบริษัทในปี 2557 น่าจะทำได้สูงกว่าเป้าหมายเดิมตั้งไว้ที่ประมาณ 4.76 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ยอมรับการขายในประเทศทั้งผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในปี 2557 จะมีแนวโน้มชะลอตัว โดยในไตรมาส 2 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวชัดเจน ส่วนภาพรวมความต้องการใช้ปูนซีเมนต์จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าในไตรมาสแรกที่ความต้องการใช้ยังเติบโต 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างไตรมาส 2 น่าจะลดลงราว 810% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ดี แผนงานในปีนี้ยืนยันว่าโรงงานทุกแห่งในประเทศจะยังเดินเครื่องผลิตกำลังเพื่อผลักดันการส่งออกให้เติบโตมากขึ้นชดเชยตลาดในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้สัดส่วนการส่งออกต่อยอดขายในปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2556 ที่มีสัดส่วนประมาณ 26% ของยอดขายรวมกลุ่ม ขณะที่สัดส่วนยอดขายในประเทศจะลดลงจากปี 2556 ที่ระดับ 65% แต่ไม่น่าจะลดลงเหลือต่ำกว่า 60%
ด้านธุรกิจในภูมิภาคได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย ที่บริษัทมีการลงทุนคิดสัดส่วนประมาณ 9% ของยอดขายปี 2556 โดยในปีนี้ยังมีการเติบโตที่ดีทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจสายปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ของยอดขายรวมของกลุ่มจะยังมีการเติบโตดี ทั้งในด้านกำลังการผลิตที่ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นหลังกลับมาเดินเครื่อง ผลิตเต็มทุกโรงงานรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เปรียบเทียบกับปี 2556 ซึ่งบริษัทมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน 1 แห่ง ระยะเวลา 45 วัน
สำหรับราคาขายผลิตภัณฑ์และส่วนต่างราคาขาย (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมียังมีแนวโน้มที่ดี แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะขยับสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนก็ตาม
“กลุ่มเรามีหลายธุรกิจทั้งในประเทศ ในภูมิภาคและระดับโลกทำให้ภาพธุรกิจปีนี้ไปได้ดี จึงมั่นใจว่ายอดขายทั้งกลุ่มจะทะลุที่คาดไว้ 4.67 แสนล้านบาท แม้ธุรกิจในประเทศจะขายไม่ดีแต่โรงงานเดินหน้าเต็มกำลังผลิต ซึ่งสามารถผลักดันไปยังการส่งออกได้ทั้งหมด แต่อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) อาจไม่ดีเท่าขายในประเทศเพราะค่าใช้จ่ายมากกว่า เช่น ต้นทุนขนส่ง ส่วนธุรกิจในต่างประเทศที่ลงทุนทั้งหมดก็เติบโตดี ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมียังไปได้ดีทั้งราคาและสเปรดในปีนี้” นายกานต์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์การเมืองภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะทำงานดูแลด้านเศรษฐกิจ นายกานต์ กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็นทางการเมือง ขณะที่ประเด็นที่ต้องติดตามและต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานคือการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
“อยากขอทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะต่างชาติ วันที่ 29 พ.ค.7 มิ.ย.นี้ ผมจะเดินทางไปเยี่ยมพันธมิตรทางธุรกิจที่ญี่ปุ่นประมาณ 20 ราย เพราะหลายเดือนที่ผ่านมาเรามีปัญหาการเมืองทำให้เขาเดินทางมาประเทศไทยไม่ได้” นายกานต์ กล่าว
ด้านผลงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ SCC มีกำไรสุทธิ 8,380 ล้านบาท ลดลง 416 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 4.72% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8,796 ล้านบาท
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า บรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาส 2 น่าจะดีขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีภาพที่นิ่งมากขึ้น และมาตรการดูแลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทยอยส่งผลเชิงบวก
“คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 น่าจะดีขึ้นกว่าการหดตัวในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ส่วนภาพรวมทั้งปีมีมุมมองที่ระมัดระวัง โดยยังคงประมาณการเติบโต ที่ 1.8% จากกรอบคาดการณ์ที่ 1.32.4% ไว้ตามเดิม” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ







