posttoday
ยั่งยืนด้วยสีเขียว

ยั่งยืนด้วยสีเขียว

30 พฤษภาคม 2557

กระแสของแนวความคิดเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development : SD) ในปัจจุบันมีความสำคัญต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว การบริหาร โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม

กระแสของแนวความคิดเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development : SD) ในปัจจุบันมีความสำคัญต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว การบริหาร โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม

แนวความคิดของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” จะประกอบด้วย 2 แนวความคิดหลักๆ คือ (1) การมองให้ไกลจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และคนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต และ (2) การมองอย่างรอบคอบและครบถ้วน นั่นคือมองทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

กระแส “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” จะมีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของไทยมากขึ้นทุกวัน แต่เป็นผลกระทบในเชิงสร้างสรรค์ โดยผลักดันให้ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเพื่อให้มีการประกอบการเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

เมื่อผู้ประกอบการมีการปรับตัวตามแนวทางดังกล่าว ก็จะส่งผลมีการปล่อยมลพิษ สิ่งแวดล้อมและของเสียจากภาคอุตสาหกรรมน้อยลง นอกจากนี้ ยังทำให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดต้นทุนในการผลิตลงได้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนตามแนวทาง “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry : GI) เป็นการจัดทำนโยบายแบบบูรณาการเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และสอดคล้องกับนโยบายของประเทศในเรื่องการพัฒนา “สู่การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” (Sustainable Consumption and Production) ดังนั้น “อุตสาหกรรมสีเขียว” จึงมีความสอดคล้องกับภาคส่วนอื่นๆ

ปัจจุบัน การส่งเสริมประชาชนและผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้า หรือเลือกใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากจำนวนสินค้าและบริการของกลุ่มนี้ในตลาดยังมีน้อย ดังนั้น นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทาง “อุตสาหกรรมสีเขียว” จึงเป็นตัวเร่งสำคัญในการส่งเสริมให้ผลิตสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

นอกจากนี้ เครือข่ายสีเขียว (Green Network) ซึ่งเป็นหลักการของอุตสาหกรรมสีเขียวในระดับที่ 5 ยังระบุให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องมีการส่งเสริม ให้ความรู้ และช่วยพัฒนาผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เช่น ผู้บริโภค ประชาชน โดยนำหลักการการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปใช้ด้วย ซึ่งจะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงานในภาพรวมของประเทศ ได้ด้วย

“กรอบความคิด” หรือ “ทัศนคติ” ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง (อีกประการหนึ่ง) ต่อการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นเลิศในอนาคต ได้แก่ การบูรณาการทุกภาคส่วน

“การมีส่วนร่วม” หรือ “การบูรณาการ” จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในทุกมิติของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมาผู้มีส่วนได้เสียของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะประชาชนหรือชุมชนรอบโรงงาน มักจะไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการผลิตหรือวิธีดำเนินงานภายในโรงงาน และเมื่อได้รับความเดือดร้อนรำคาญก็ไม่มีช่องทางสื่อสารกับโรงงานโดยตรง ทำให้เกิดความรู้สึกและมุมมองด้านลบต่อทั้ง ผู้ประกอบการและภาครัฐที่เป็นผู้อนุญาตและกำกับดูแล ดังนั้น นโยบายที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างจริงจังสำหรับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

นโยบายที่เน้นการมีส่วนร่วมจะทำให้ผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ประกอบการโดยตรง ได้รับความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรและมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจต่างๆ และยอมรับว่าโรงงานเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนในที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งปัจจุบันและในอนาคตของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย

ภาคอุตสาหกรรม ต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ภาครัฐ ต้องมีความโปร่งใสในการจัดทำนโยบายและการดำเนินการ ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างจริงใจ

ภาคประชาชน ต้องมีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

ในวันนี้ การพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมหลีกเลี่ยงได้ยาก จึงมีแต่ควรจะต้องยึดเอาหลักการของ “อุตสาหกรรมสีเขียว” ไปประยุกต์ปฏิบัติ เพราะ “อุตสาหกรรมสีเขียว” เป็น “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” อย่างแท้จริง ครับผม!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน