posttoday
"ตนุภัทร"ปั้นทีเอ็นพีฯผู้นำเซ็กเมนต์รถเอสยูวีนำเข้า

"ตนุภัทร"ปั้นทีเอ็นพีฯผู้นำเซ็กเมนต์รถเอสยูวีนำเข้า

30 พฤษภาคม 2557

“ทีเอ็นพีฯ ต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในรถเอสยูวี ถ้าคุณอยากได้รถเอสยูวีนำเข้าต้องนึกถึงทีเอ็นพีฯ เป็นอันดับต้นๆ”

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

“ทีเอ็นพีฯ ต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในรถเอสยูวี ถ้าคุณอยากได้รถเอสยูวีนำเข้าต้องนึกถึงทีเอ็นพีฯ เป็นอันดับต้นๆ” คำกล่าวของ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีเอ็นพี อิมพอร์ต คาร์ส ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการทำธุรกิจรถมือสอง จนกระทั่งเปลี่ยนมานำเข้ารถ และกลายเป็นตัวแทนนำเข้ารถจี๊ป (Jeep) และไครสเลอร์ (Chrysler) พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานแห่งเดียวในประเทศไทย

แรกเริ่มทีเอ็นพีฯ นำเข้ารถยนต์หลากหลายประเภท แต่พอเห็นช่องทางแล้วว่าตลาดรถเอสยูวีที่เป็นรถหรูยังไม่มีบริษัทไหนเจาะเซ็กเมนต์นี้ชัดเจน จึงกระโดดเข้ามาทำธุรกิจในส่วนนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยปีแรกเริ่มต้นที่รถโรเวอร์ ปิดยอดขายไปได้ 120 คัน ส่วนปีที่ผ่านมาแม้จะมีวิกฤตตลาดรถยนต์ แต่ทีเอ็นพีฯ สามารถทำยอดขายรถจี๊ปได้ 100 คัน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจจนทางจี๊ปแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนและเป็นศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ทีเอ็นพีฯ ตั้งเป้าเติบโตขึ้นไปอีก ตั้งเป้ายอดขาย 180 คัน สำหรับ 5 เดือนแรก มียอดขายไปแล้ว 80 คัน

ตนุภัทร กล่าวว่า ตลาดรถเอสยูวีในประเทศไทยรวมทุกแบรนด์แล้วมีสัดส่วนประมาณ 30% นั่นคือตลาดมีการขยายตัวมาจากอดีตมากพอสมควร เนื่องจากเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ เดินทางสะดวก ใช้ในครอบครัว ที่สำคัญคือมีการพัฒนาให้ใช้เครื่องดีเซลและมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น ดังนั้น ความนิยมจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าตลาดกำลังขยายตัว

ความแตกต่างอีกประการหนึ่งของทีเอ็นพีฯ คือการเป็นตัวแทนให้กับจี๊ปและไครสเลอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้จี๊ปได้หายไปจากตลาดประเทศไทยมาพักหนึ่ง ดังนั้นการกลับมาในนามของทีเอ็นพีฯ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนที่รักรถจี๊ปอยู่แล้วและจากการที่เน้นรถเอสยูวีอย่างเดียว ดังนั้น ทีเอ็นพีฯ จึงสามารถสต๊อกรถไว้ได้ มีทุกสีให้เลือก รวมถึงมีชุดแต่งและอะไหล่ต่างๆ พร้อมหมด มาที่เดียวครบวงจร

“ถ้าเป็นจี๊ปมาที่ทีเอ็นพีฯ จบได้เลย มีสต๊อกรถอยู่จำนวนหนึ่ง ผู้ซื้อสามารถรับรถได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องรอสั่ง ที่อื่นอาจจะมีสีเดียวหรือสองสี แต่ที่นี่มีทุกสี ชุดแต่งมีครบหมด การบำรุงรักษาทำที่นี่ได้ และค่าอะไหล่ถูกกว่า เพราะการที่ทำเอสยูวีเพียงอย่างเดียวสามารถสั่งอะไหล่เข้ามาสต๊อกได้เป็นจำนวนมาก และทำให้สามารถต่อรองราคาซื้อได้ด้วย” ตนุภัทร กล่าว

นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่เป็นนักแข่งรถ ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถดริฟต์ เชื่อว่ามีส่วนทำให้ธุรกิจน่าเชื่อถือมากขึ้น และทำให้ตนุภัทรมีความเข้าใจในเรื่องเครื่องยนต์ช่วงล่างเป็นอย่างดี สามารถทดสอบรถทุกคันทุกรุ่นก่อนจะนำเข้ามาจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจคุณภาพและยังมีการจัดคอร์สฝึกอบรมการใช้รถเอสยูวีให้เกิดประสิทธิภาพให้กับผู้ซื้ออีกด้วย

สำหรับการทำตลาด มีการสร้างช่องทางออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ สำหรับนำเสนอสินค้าและบริการ ติดต่อกับลูกค้าได้ และมีการออกบูธ 9 ครั้งต่อปี เป็นงานใหญ่ 3 ครั้ง คือ มอเตอร์โชว์ มอเตอร์เอ็กซ์โป และแบงค็อก อิมพอร์ต คาร์ และมีงานระดับรองอีก 6 งาน ซึ่งในแต่ละงานในกลุ่มรถเอสยูวี ทีเอ็นพีฯ สามารถทำยอดขายติดอันดับท็อป

แม้ว่าสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจจะไม่ดี ซึ่งยอมรับว่ามีผลกระทบเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกทั้งประเด็นเรื่องภาษีรถนำเข้าและเรื่องกฎหมายมลภาวะที่เป็นปัจจัยภายนอก แต่ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นในปีนี้และการดูข้อมูลลูกค้าพบว่า 60% อยู่ต่างจังหวัด ดังนั้นในปีหน้า ทีเอ็นพีฯ จึงเตรียมแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 4 แห่งกระจายไปในภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อุบลราชธานี และนครราชสีมา ทั้ง 4 แห่งจะมีมาตรฐานเดียวกับที่กรุงเทพฯ เพื่อสามารถขายและให้บริการได้ ดังนั้นยอดขายในปีหน้าเชื่อว่าจะโตอย่างน้อย 100 คัน จาก 4 สาขาที่เพิ่มขึ้น

“มองหาโชว์รูมรถหรูนำเข้าจะมีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่น แต่ถ้าเป็นผู้นำเข้ารถเอสยูวีและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีเอ็นพีฯ มั่นใจว่ามีที่นี่ที่เดียว กล้าบอกได้ว่าไม่มีคู่แข่ง ส่วนแบ่งตลาด 90% อยู่ที่ทีเอ็นพีฯ” ตนุภัทร กล่าว

และเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด ทีเอ็นพีฯ ได้จัดโปรโมชั่นเดือน มิ.ย. ซื้อรถจี๊ป รุ่นซาฮารา 1 คัน แถมรถฟรีอีก 1 คัน โดยเป็นรถจี๊ป ซาฮารา ที่ย่อส่วนลงมา มีจำนวน 200 คันทั่วโลก สามารถขับขี่ได้จริง แต่นั่งได้คนเดียว เรียกว่าเป็นลูกเล่นการตลาด หรือกิมมิก ซึ่งทีเอ็นพีฯ และจี๊ปจัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันช่วงกลางปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน