
ผุดโรงไฟฟ้าเกาะสมุย-ภูเก็ต
สั่งกฟผ.รับมือกรณีถ่านหินกระบี่ไม่รอดเปิดทางเอกชนลงทุนก๊าซแอลเอ็นจี
สั่งกฟผ.รับมือกรณีถ่านหินกระบี่ไม่รอดเปิดทางเอกชนลงทุนก๊าซแอลเอ็นจี
หวั่นโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกิดไม่ทัน สั่ง กฟผ.ศึกษาแผนตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ขนาดเล็กบนเกาะสมุย ภูเก็ต
นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปศึกษาแนวทางเพื่อรองรับปัญหา หากไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ใน จ.กระบี่ ได้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่กำหนดไว้ในปี 2562 เนื่องจากเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อการใช้พลังงานในภาคใต้ที่สูงกว่าความสามารถในการผลิต
ขณะนี้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ยังอยู่ในขั้นตอนการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน เพราะมีกระแสการคัดค้านในระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าไม่สามารถก่อสร้างได้ตามแผน จะต้องมีแผนรองรับเพื่อรักษากำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคง จึงขอให้ กฟผ.ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขึ้นมาทดแทน ซึ่งอาจเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในพื้นที่สำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะสมุย และ จ.ภูเก็ต
ปัจจุบันแผนพีดีพียังอยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไทยยังมีความผันผวน จึงต้องรอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้
“การทบทวนแผนพีดีพีรอบใหม่คงต้องรอให้ตัวเลขเศรษฐกิจนิ่งมากกว่านี้ จึงจะคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ เพราะขณะนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าชะลอตัวลง มีปริมาณกำลังการผลิตที่เกินความต้องการอยู่ จะมีเฉพาะทางภาคใต้เท่านั้นที่ยังน่าเป็นห่วง เพราะการใช้ไฟฟ้ายังสูงกว่าการผลิตได้ในพื้นที่ ขณะที่แผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสร้างได้เมื่อไหร่ หากล่าช้ากว่าแผนหรือไม่สามารถเกิดได้ คงต้องมีแผนรองรับ อาจต้องสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ขึ้นมาแทน โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาเป็นวัตถุดิบ จึงขอให้ กฟผ.ไปศึกษาแนวทางที่เป็นไปได้มา” นายเสมอใจ กล่าว
นายเสมอใจ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดจ่ายก๊าซฯ แหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (เจดีเอ) ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้การผลิตไฟฟ้าภาคใต้หายไป 700 เมกะวัตต์ ว่า จะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับแน่นอน โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดน่าจะอยู่ที่ 2,543 เมกะวัตต์ ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่มีอยู่ 2,115 เมกะวัตต์ ซึ่งจะดึงไฟฟ้าจากภาคกลางลงมาเสริม และจะใช้วิธีการรณรงค์การประหยัดไฟฟ้าในกลุ่มของผู้ประกอบการเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟดับ
นอกจากนี้ สนพ.และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) ยังได้ร่วมกันลงพื้นที่ กับพลังงานจังหวัดรณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัยร่วมลดใช้ไฟในช่วงดังกล่าวด้วยโดยเฉพาะช่วงพีค18.00น.-22.00น. เพื่อที่จะทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น







