
ตลาดรถยนต์เล็กยังซมพิษรถคันแรก
ผู้จัดมอเตอร์เอ็กซ์โปชี้ตลาดรถยนต์เล็กยังอ่วม อาจใช้เวลา 1 ปีถึงฟื้นตัว คาดตลาดรวมเริ่มขยับครึ่งปีหลัง
ผู้จัดมอเตอร์เอ็กซ์โปชี้ตลาดรถยนต์เล็กยังอ่วม อาจใช้เวลา 1 ปีถึงฟื้นตัว คาดตลาดรวมเริ่มขยับครึ่งปีหลัง
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ บีเซ็กเมนต์ และกลุ่มอีโคคาร์ยังคงได้รับผลกระทบจากการดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้าของโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกมาอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้กำลังซื้อของรถกลุ่มนี้หายไป ทำให้ตลาดรถยนต์กลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบมากที่สุด
“หากดูจากอัตราการตกงานของประเทศไทยที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ซึ่งแม้ว่าตลาดดังกล่าวจะเสียระบบจากการดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปแล้ว แต่เชื่อว่าจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้ภายในอีก 1 ปีข้างหน้า” นายขวัญชัย กล่าว
สำหรับภาพรวมของตลาดรถยนต์ที่ตกต่ำในช่วงไตรมาสแรกของปีมาจนกระทั่งไตรมาส 2 คาดว่าจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจะเห็นอัตราเติบโตกว่าครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ตลาดรวมทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 8.59 แสนคัน หรือลดลง 20% ลดลงมากกว่าช่วงต้นปีที่ประเมินไว้ที่ 10-15%
อย่างไรก็ตาม การจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค. 2557 ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 13 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ยังคงมีการจัดงานพร้อมใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และได้มีการตอบรับการเข้าร่วมงานจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ตกแต่ง กว่า 70% ของพื้นที่แล้ว
นายขวัญชัย กล่าวว่า งานดังกล่าวตั้งเป้าหมายยอดจองภายในงานจำนวน 5 หมื่นคัน สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 4.1 หมื่นคัน โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานจำนวน 1.5 ล้านคน จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.35 ล้านคน คาดว่ามีเงินสะพัดภายในงานกว่า 6 หมื่นล้านบาท
“เราคาดว่าสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มคลี่คลายและส่งผลให้ตลาดที่ชะลอตัวไปก่อนหน้านี้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังจากที่มีการชะลอซื้อไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยมองว่าราคาเฉลี่ยรถยนต์ที่จะมียอดจองภายในงานอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อคัน สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 9 แสนบาทต่อคัน” นายขวัญชัย กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์สะสมใน 4 เดือน มีปริมาณการขายอยู่ที่ 2.9 แสนคัน ลดลง 43.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลงถึง 51.4% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 35.6% เป็นผลจากการปรับเข้าสู่สมดุลของตลาดรถยนต์หลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรกและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว







