posttoday
กุญแจพัฒนาภูมิภาค

กุญแจพัฒนาภูมิภาค

27 พฤษภาคม 2557

ที่ผ่านมา คงมีคนไทยจำนวนไม่มากนัก ที่มีโอกาสไปนั่งทำงานประจำอยู่ในอาเซียนนานเกือบ 20 ปี หนึ่งในนั้นคือ เนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) คนใหม่

ที่ผ่านมา คงมีคนไทยจำนวนไม่มากนัก ที่มีโอกาสไปนั่งทำงานประจำอยู่ในอาเซียนนานเกือบ 20 ปี หนึ่งในนั้นคือ เนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) คนใหม่

เนวิน ทำงานอยู่ที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประจำกรุงมะนิลา มานานถึง 16 ปี เคยทำงานตั้งแต่ไปช่วยอบรมข้าราชการประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ดูโครงการลงทุนภายใต้กรอบความร่วมมือของเอเชีย จนท้ายสุดเข้ามาช่วยดูงบประมาณโครงการต่างๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส)

เขาเล่าว่า เขาไปฟิลิปปินส์ครั้งแรกตั้งแต่สมัยฟิลิปปินส์ยังเจริญกว่าไทย หากเทียบลักษณะพื้นฐาน เขาคิดว่าไทยกับฟิลิปปินส์คล้ายกันมาก ผู้คนมีจิตใจรักบริการ ใจเย็น ที่แตกต่างกันคือเขามีทักษะภาษาอังกฤษดีกว่า และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเสียเปรียบไทย

“เขามี 7,0008,000 เกาะ แต่จะพึ่งการคมนาคมทางน้ำอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งทางบกด้วย ตอนนี้ทางใต้เกาะลูซอนยังมีปัญหาจำนวนถนนน้อยไป แม้จะมีรถไฟ แต่ก็ยังมีเส้นทางจำกัด ส่งผลต่อเรื่องการขนส่งสินค้า”

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ฟิลิปปินส์กำลังมีแผนดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศมากขึ้น เช่น บริเวณตอนใต้ของฟิลิปปินส์อย่างเกาะมินดาเนา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ฟิลิปปินส์ตั้งใจจะดำเนินการก่อสร้างถนนภายในบริเวณเกาะให้สะดวกมากขึ้น เพื่อในอนาคตจะได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางด้วยรถ โดยสารเรือต่อเพื่อไปยังมาเลเซียได้

สำหรับปัจจุบัน คนอาเซียนคนนี้กลับมาทำงานที่ไทยในตำแหน่งใหม่ เขามองว่ากุญแจขับเคลื่อนตัวสำคัญของภูมิภาคยังคงเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ใช่แค่เชิงกายภาพ หรือ Hard Infrastructure เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างด้านระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ หรือ Soft Infrastructure ด้วย

ก่อนหน้านี้ เอดีบี เคยทำกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค ปี 2555-2565 เพื่อประเมินว่าการคมนาคมด้านใดบ้างของภูมิภาคนี้ที่ยังไม่เชื่อมต่อกัน ภายในกรอบยังกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาชุมชนเมือง การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน

“ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือ Hard Infrastructure มีการพัฒนาในแต่ละประเทศไปไกลพอสมควรแล้ว Soft Infrastructure ก็มีการขับเคลื่อนบ้าง เช่น การอำนวยความสะดวกทางการขนส่งสินค้าแก่รถบรรทุกข้ามประเทศ การจัดทำป้ายจราจรเป็นภาษาอังกฤษ แต่ในทางปฏิบัติจริงคือ Soft Infrastructure ยังไปไม่ทันกัน ยังมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ เช่น คนขับรถบรรทุกอ่านป้ายภาษาอังกฤษไม่ออก”

เนวิน ย้ำว่า Soft Infrastructure เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาอนุภูมิภาคและภูมิภาคให้ขับเคลื่อนไปได้ หน่วยงานต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนา Soft Infrastructure ทั้งหมดให้เกิดผลได้จริงในทางปฏิบัติควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง (คอนเนกทิวิตี้) ทุกด้านระหว่างกันในอาเซียน

“จีเอ็มเอสจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอาเซียน ถ้าเรามีทั้ง Hard Infrastructure และ Soft Infrastructure ที่พัฒนาไปได้ควบคู่กัน จะช่วยเสริมประโยชน์ให้แก่ทั้งเราและเพื่อนบ้านทุกประเทศ”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน