
ส่งออกสิ่งทออาเซียนรุ่ง
เร่งเครื่องบุก6ตลาดหลักศักยภาพสูงคาดแนวโน้มปีนี้ขยายตัว35%
เร่งเครื่องบุก6ตลาดหลักศักยภาพสูงคาดแนวโน้มปีนี้ขยายตัว35%
กรมส่งเสริมการค้าฯ หวังแนวโน้มส่งออกดีขึ้น พร้อมเร่งบุก 6 ตลาดกำลังซื้อสูง หนุนสิ่งทอบุกอาเซียน
ยันส่งออกไทยปกติ ประเทศคู่ค้าไม่ตกใจรัฐประหาร ยันค่าเงินบาท 32-33 บาทส่งผลดีส่งออกไทย
นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกต่อจากนี้ไปจะปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าประเทศจะมีรัฐประหาร เพราะการส่งออกสินค้าไทยยังดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งส่งออกสินค้าทางเรือและทางอากาศ และขณะนี้ค่าเงินบาทก็อยู่ในระดับ 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลดีต่อผู้ส่งออกไทย
ภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดต่างประเทศยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศจะมีการรัฐประหาร เพราะการส่งออกสินค้าไทยยังดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งส่งออกสินค้าทางเรือ และทางอากาศ ประกอบกับได้กระทรวงได้ชี้แจงไปยังคู่ค้าแต่ละประเทศถึงสถานการณ์ในไทย จึงเชื่อว่า
“ในช่วงแรกหลังเกิดรัฐประหาร อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าในต่างประเทศบ้าง แต่มาถึงปัจจุบันเมื่อสถานการณ์ของไทยมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ก็ทำให้ความเชื่อมั่นโดยรวมของการส่งออกของประเทศไทยต่อจากนี้ไปจะดีขึ้นต่อเนื่อง” นางดวงกมล กล่าว
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้คณะผู้แทนการค้าของกระทรวงในแต่ละประเทศ เร่งขยายตลาดส่งออกที่มีศักยภาพ 6 ตลาด ได้แก่ จีน อาเซียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา และรัสเซีย เพราะเป็นตลาดที่กำลังขยายตัวดีและกำลังซื้อสูง จึงเป็นโอกาสของสินค้าไทย มั่นใจจะทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผลการประชุมทูตพาณิชย์ในวันศุกร์ที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการประเมินภาพรวมการส่งออกในปีนี้ใหม่ทั้งหมด แต่ยังไม่ได้สรุปตัวเลขใหม่ออกมาแต่อย่างใด ขณะที่ตลาดในประเทศ พบว่า ผู้บริโภคมีกำลังซื้อชะลอตัวลงเล็กน้อย และผู้บริโภคไม่ออกมาใช้จ่ายซื้อสินค้า แต่เป็นผลมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลงเป็นหลัก
นางดวงกมล กล่าวต่อว่า สำหรับการส่งออกสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอในปี 2557 คาดว่าจะขยายตัว 35% จากปีก่อน ที่มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นและในปี 2556 การส่งออกสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอ ขยายตัวเพียง 3% เป็นผลมาจากปีนี้ได้ขยายตลาดไปอาเซียน จีน และอินเดีย มากขึ้น รวมทั้งตลาดสหรัฐ และยุโรป ซึ่งเป็นประเทศส่งออกหลักก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น จึงคาดว่า การส่งออกในกลุ่มอาเซียน 6070% ที่เหลือเป็นสหรัฐและยุโรป จากที่ผ่านมา อาเซียน มีสัดส่วนส่งออก 3040% เท่านั้น
ทั้งนี้ในปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตสินค้ากลุ่มผ้าผืนรายใหญ่ในอาเซียน ทำให้สามารถขยายตลาดส่งออกได้จำนวนมาก โดยไทยต้องเร่งพัฒนาการออกแบบและเพิ่มมูลค่าสินค้าแฟชั่นให้สูงขึ้น เพื่อให้สินค้าแฟชั่นและสิ่งทอไทย สามารถเป็นผู้นำในอาเซียนได้ต่อไป ซึ่งในปัจจุบันไทยมีคู่แข่งจากประเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา
นอกจากนี้ กรมได้ร่วมมือกับศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์จัดป๊อปอัพสโตร์ หรือจัดตั้งร้านค้าชั่วคราวในศูนย์การค้าเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “สยามเซ็นเตอร์ พรีเซนต์ ป๊อป แฟด บาย ดีไอทีพี” โดยนำสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์จากนักออกแบบรุ่นใหม่ ในโครงการส่งเสริมการสร้างนักออกแบบไทยปี 2556-2557 และสินค้าที่มีการออกแบบดีที่ได้รับรางวัล DEmark จำนวน 52 แบรนด์ มาจัดแสดงและจำหน่ายให้แก่ลูกค้า เริ่มจัดแล้ววันที่ 24 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ และระหว่างวันที่ 20-29 มิ.ย. ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2
“เชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีในการสร้างนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ออกมาสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศได้จำนวนมาก รวมทั้งส่งผลดีต่อประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอในอาเซียนต่อไป” นางดวงกมล กล่าวโดยในช่วงที่ผ่านมากรมได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ ทั้ง การจัด ดีไซเนอร์รูม การทำโครงการ ทาเลนต์ ไทย โครงการ Demark และในปัจจุบันที่ได้จัด ป๊อป อัพ สโตร์







