
อ่วม! สินค้าขึ้นราคา ผู้ค้าอ้างเคอร์ฟิว
จากการสำรวจราคาอาหารสดในตลาดย่านสวนหลวง ร.9 พบว่าราคาผักและของสดขยับราคาขึ้นอย่างมาก เช่น ผักชีขึ้นจากกิโลกรัมละ 150 บาท เป็น 300 บาท ไข่เบอร์ 3 แผงละ 80 บาท ขึ้นอีก 56 บาท ส่วนปลาทูขึ้นจากเข่งละ 10 บาท เป็น 1520 บาท หมูเนื้อแดงขึ้นกิโลกรัมละ 510 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละประมาณ 120125 บาท
ทั้งนี้ ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นมากนี้ เป็นข้ออ้างจากผู้ค้าว่าเพราะการขนส่งไม่ได้รับความสะดวกจากมาตรการเคอร์ฟิวของรัฐบาล ประกอบกับความต้องการสินค้าขณะนี้สูงผิดปกติ
ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบประมาณ 300 ล้านบาท เยียวยาผลกระทบให้ผู้ประกอบการจากการชุมนุมทางการเมือง โดยงบดังกล่าวจะนำมาใช้จัดงานแสดงสินค้าและงานธงฟ้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการเป็นช่องทางที่จะนำสินค้าค้างสต๊อกมาจำหน่ายในงานที่จัดขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดภาระค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง
“
เป้าหมายของการของบจัดงานใหญ่ธงฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบและเยียวยาผู้ประกอบการจากเหตุการณ์ชุมนุม ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสและขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาสินค้าค้างสต๊อกและประชาชนด้วย”สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่มีการช่วยเหลือเฉพาะหน้าในขณะนี้ ล่าสุดกระทรวงได้มอบถุงเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 4,000 ถุง ภายในถุงประกอบด้วยข้าวสาร 4 กก. น้ำดื่ม 3 ขวด บะหมี่ 3 ห่อ นม 4 กล่อง น้ำพริก 2 กระปุก ให้กับชุมชนเคหะบ่อนไก่ ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ และชุมชนจารุรัตน์ (หลังโรงแรมอินทรา) ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับชุมชนดังกล่าว
นอกจากนี้จะเร่งเข้าจัดธงฟ้าเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) ซึ่งจะนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปจำหน่ายในราคาพิเศษให้กับประชาชนในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าที่ชุมชนย่านพระราม 4 ปทุมวัน ราชปรารภ และสามเหลี่ยมดินแดง และให้เร่งจัดงานจำหน่ายสินค้าที่จังหวัดชายแดน โดยงานแรกเริ่มที่จังหวัดมุกดาหารวันที่ 17 มิ.ย. 2553 โดยนำสินค้าธงฟ้าและผู้ประกอบการจากย่านประตูน้ำ อินทรา ราชประสงค์ ไปร่วมจำหน่ายสินค้า และจะมีการเชิญผู้ซื้อจากฝั่งสปป.ลาว มาร่วมจับจ่ายซื้อของ และจะจัดในจังหวัดชายแดนอื่นๆอย่างต่อเนื่อง
“
งบธงฟ้าที่จะจัดเพิ่มเติมนั้น จะมีการใช้งบกระทรวงด้วย โดยจะเกลี่ยงบจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชา ชนอย่างเร่งด่วน” นางพรทิวา กล่าวว่า ในส่วนของภาคการส่งออกนั้น ยืนยันว่าการส่งออกยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 14% โดยสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งทำ คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าต่างประเทศ ดังนั้นกระทรวงฯยังคงเดินหน้าในการจัดงานไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ที่จะเชิญลูกค้าชั้นดีของไทยเข้ามาร่วมงาน ล่าสุดได้รับการตอบรับ 50 ราย โดยตั้งหมายเชิญลูกค้าเข้ามา 200 ราย เพิ่มขึ้นจากแผนเดิม 150 ราย และยังคงจัดงานสินค้าอาหารนานาชาติ (ไทยเฟกซ์) ตามแผนเดิมคือช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้






