
‘แม็คกรุ๊ป’โวโตอีกเยอะล่อทุนยุโรป
MC โรดโชว์ลอนดอนให้สัญญา 20 กองทุน แนวโน้มเติบโตระยะยาว ชูกลยุทธ์เปิดสาขาเพิ่ม รุกนอก
MC โรดโชว์ลอนดอนให้สัญญา 20 กองทุน แนวโน้มเติบโตระยะยาว ชูกลยุทธ์เปิดสาขาเพิ่ม รุกนอก
นางปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 19-22 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีกองทุนเข้าฟังข้อมูลทั้งสิ้นประมาณ 20 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่สอบถามถึงกลยุทธ์การเติบโตในอนาคตและการปรับตัวภายใต้ปัจจัยการเมืองที่เปลี่ยนแปลงและมุมมองผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2557-2558
“กองทุนที่ไปเจอที่อังกฤษสนใจในตัวบริษัทค่อนข้างมาก ไม่ต้องพรีเซนต์ข้อมูลมาก แม้เรามาให้ข้อมูลครั้งแรกที่ยุโรป เชื่อว่ารอเวลาเข้าซื้อไม่ใช่ขายหุ้น เนื่องจากในไตรมาส 1 มีอัตราการเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม ทั้งรายได้ที่ขยายตัว 27% ขณะที่อัตรากำไรยังอยู่ในระดับที่ดี รวมถึงมีแผนธุรกิจในอนาคตที่ชัดเจนทั้งแผนการเพิ่มสาขาใหม่ในประเทศ แผนออกไปลงทุนต่างประเทศและการออกแบรนด์สินค้าใหม่” นางปรารถนา กล่าว
ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติถือหุ้น MC ตอนนี้ไม่กี่รายรวมถึง 26% แบ่งเป็นกองทุนใหญ่ลอมบาร์ด เอเชีย กับ เอ็นที อาเซียน สองรายนี้ถือรวม 16%
สำหรับแผนการเติบโตในปี 2557 ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 25% จากปี 2556 ที่มีรายได้ราว 3,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรจะเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจัยหลักมาจากแผน การเปิดสาขาใหม่ในประเทศจากปัจจุบันที่มีจำนวน 700 แห่ง ซึ่งระหว่างปี 2557-2560 มีแผนจะเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100 แห่งต่อปี คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี เพื่อสนับสนุนให้รายได้เติบโตเฉลี่ย 12-13% ต่อปี
นอกจากนั้น บริษัทยังรับรู้รายได้จาก ไทม์ เดคโค อีกประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งหนุนรายได้โต 13% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิปีนี้อาจลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 24% จากปีก่อนที่ 25% เนื่องจากธุรกิจของไทม์ฯ มีอัตรากำไรสุทธิที่ต่ำกว่าธุรกิจเดิมของบริษัท และปีนี้มีแผนขายสาขาของไทม์ฯ อีก 12 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 13 แห่ง
สำหรับรายได้ปี 2558 มีโอกาสเติบโตได้ถึง 30% ภายหลังการเข้ายึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเร่งคืนเงินให้ชาวนา คาดว่าจะทำให้กำลังซื้อเริ่มฟื้นดีขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดจะส่งผลบวกต่อยอดขายของสาขาเดิมปี 2558 กลับมาเติบโตระดับปกติ จากการออกสินค้าใหม่ที่ 58% จากในปีนี้ที่อาจไม่มีการเติบโต หลังจากไตรมาส 1 ที่ติดลบ 2% อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากภายในสิ้นปี 2557 บริษัทมีโอกาสจะสรุปการเข้าซื้อกิจการภายในประเทศอีกมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มเสื้อผ้า เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์
ขณะที่แผนการขยายธุรกิจต่างประเทศซึ่งจะเน้นการเพิ่มผู้จัดจำหน่ายสินค้า (ดิสทริบิวเตอร์) ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ในปีนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งจะมีจุดขายเพิ่มอีก 22 แห่ง รวมถึงมาเลเซียมีแผนจะเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าเอง 1 แห่ง
ด้านสถานะการเงินแข็งแรง ไม่มีหนี้ เพราะมีเงินสดในมือ 1,800 ล้านบาท







