
รับเหมา-เช่าซื้อดี๊ด๊า
เดินหน้ารถไฟรางคู่เร่งใช้งบปี’58เอเซียพลัสคาดต่างชาติขายอีก34วัน
เดินหน้ารถไฟรางคู่เร่งใช้งบปี’58เอเซียพลัสคาดต่างชาติขายอีก34วัน
คสช.ส่งสัญญาณหนุนหุ้นเช่าซื้อรับเหมาก่อสร้าง วิ่งสู้ฟัดหลังเดินหน้ารถไฟรางคู่คืนเงินค่าข้าวชาวนา
นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยออกมาอีก 3,356 ล้านบาท จนกดดันดัชนีหุ้นปรับตัวลง 8.55 จุด ปิดที่ระดับ 1,388.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 45,499.36 ล้านบาท ตามแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม กลับมีแรงซื้ออย่างหนาแน่นจนผลักดันให้ราคาหุ้นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากนโยบายของ คสช. เช่น หุ้นธุรกิจเช่าซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ขานรับข่าวชาวนาจะได้เงินคืนทั้งหมด 9 หมื่นล้านบาท จากที่ติดค้างโครงการจำนำข้าว เช่น หุ้นบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) ปิดที่ 20.10 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 7.89% บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 หรือ SAWAD ปิดที่ 14.90 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 6.43%
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่ คสช.จะมีการลงทุนรถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งให้จัดทำงบประมาณปี 2558 ให้ทันใช้วันที่ 1 ต.ค. 2557 ส่งผลให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นแรงด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น นำโดยบริษัท ช.การช่าง (CK) ปิดที่ 19.70 บาท บวก 1.70 บาท หรือ 9.44% บริษัทซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ปิด 20.20 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 5.76%
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ STEC กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาหุ้นรับเหมาฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมด รวมถึง STEC ด้วย น่าจะเป็นผลมาจากการที่ คสช.ประกาศจะเดินหน้าลงทุนในเรื่องของรถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่
นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ TK กล่าวว่า การที่ชาวนาได้เงินค่าข้าวหลังไม่ได้มากว่า 6 เดือน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็จะต้องติดตามสถานการณ์อีกระยะ เพราะขณะนี้มีปัญหาภัยแล้งเข้ามาด้วย ซึ่งทั้งปีจะเปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมที่มองว่าผลงานของบริษัทจะทรงตัว อย่างไรต้องรอดู
ด้าน บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า จากการศึกษาข้อมูลในอดีตนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นในปี 2518 เป็นต้นมา หลังการทำรัฐประหาร 2 สัปดาห์ ดัชนีหุ้นจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 4.8% มีโอกาสเป็นไปได้ 75% หลังรัฐประหาร 1 เดือน หุ้นจะขึ้น 3.3% มีโอกาส 100% หลังรัฐประหาร 2 เดือน หุ้นจะขึ้น 4.4% มีโอกาสเกิด 100% และ 3 เดือน หุ้นขึ้น 3.9% โอกาส 100% ซึ่งจะเห็นว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองมีอิทธิพลต่อเทรดดิ้งหุ้นระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีทั้งหุ้นที่ได้รับผลเชิงบวกและเชิงลบ หุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์ เช่น หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับชาวนาได้เงินจำนำข้าว คือ สินเชื่อระดับล่าง SINGER, GCAP, SAWAD, TK, AEONTS, KTB ซึ่งปล่อยกู้จำนำข้าว
มีรัฐบาลใหม่–รับเหมาฯ STEC, CK, SYNTEC, นิคมฯ AMATA, HEMRAJ บริโภคในประเทศ CPALL, HMPRO, MC, SIM, MEGA หุ้นที่อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น คสช.เรียกบุคคลรายงานตัว LH, SIRI, SAMART, SC, MLINK กระทบบรรยากาศการลงทุนหุ้น แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน
สำหรับเคอร์ฟิวมีผลต่อ CPN, MBK, MAJOR กฎอัยการศึก–ท่องเที่ยว AOT, THAI, NOK, AAV, CENTEL, MINT, ERW ระงับถ่ายทอดทีวีดาวเทียม THCOM, GRAMMY, NMG, RS, WORK
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติหลังเกิดรัฐประหาร เกิดขึ้นต่อเนื่องรวมแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทำให้นับจาก 27 ก.พ. ถึงปัจจุบัน ยอดซื้อสุทธิของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเหลือประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และประเมินว่าแรงขายของต่างชาติน่าจะเกิดขึ้นอีก 34 วันข้างหน้า เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 ล้านบาท
จากรายงานการซื้อขายของโบรกเกอร์ต่างชาตินับจากรัฐประหารเมื่อ 22-23 พ.ค. พบว่า บล.เครดิตสวิส (CS) ขาย 1,949.12 ล้านบาท ซีแอลเอสเอ (CLSA) ขาย 652 ล้านบาท บริษัท เจพี มอร์แกน ขาย 811 ล้านบาท บริษัท ดีบีเอส วิคเคอร์ส ขาย 1,208.78 ล้านบาท







