
เลื่อนฟื้นฟูสหฟาร์ม
เจ้าหนี้รายย่อยแห่มาคัดค้านแผนแก้หนี้ศาลล้มละลายสั่งเลื่อนไต่สวนเป็น16มิ.ย.
เจ้าหนี้รายย่อยแห่มาคัดค้านแผนแก้หนี้ศาลล้มละลายสั่งเลื่อนไต่สวนเป็น16มิ.ย.
เจ้าหนี้การค้าสหฟาร์ม บุกศาลล้มละลายกลางทวงหนี้ ศาลเลื่อนนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการเป็น 16 มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ศาลล้มละลายกลาง ได้มีการนัดไต่สวนแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท สหฟาร์ม ที่บริษัทได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล และเสนอให้บริษัท เอิร์น แอนด์ ยัง คอร์ปอเรท แอดไวเซอรี่ เซอร์วิสเซส เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ ตัวแทนของเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้เดินทางมายังศาล แต่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการไต่สวน ก็มีเจ้าหนี้การค้าของสหฟาร์มจำนวนมากได้ให้ทนายความมายื่นคัดค้านแผน และมีทั้งที่เดินทางมาเอง
ขณะที่ตัวแทนของธนาคารเจ้าหนี้เห็นชอบให้สหฟาร์มเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการ เมื่อมีการคัดค้านวุ่นวายมาก ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดไต่สวนฟื้นฟูกิจการสหฟาร์มอีกครั้ง ในวันที่ 16 มิ.ย.
สำหรับสถานะการเงินของสหฟาร์ม มีมูลหนี้รวมกว่า 1.04 หมื่นล้านบาท มีเจ้าหนี้ (สถาบันการเงินเจ้าหนี้การค้าหนี้ค่าจ้างพนักงาน) รวม 1.22 หมื่นราย ในขณะที่มีหนี้สิน 1.5 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากธนาคารเจ้าหนี้ เปิดเผยว่า สหฟาร์มยังมีศักยภาพที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพียงแต่ต้องควบคุมดูแลระบบให้ดี ไม่ให้มีการรั่วไหล โดยแผนของบริษัทนั้นหากศาลรับเข้าฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้จะให้กู้เสริมสภาพคล่อง
“เท่าที่รู้คือทางธนาคารกรุงไทยได้อนุมัติเงินทุนหมุนเวียนไว้ให้ 2,700 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ให้เบิกใช้เพราะกลัวความเสี่ยง เพื่อไปจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายให้พนักงานชำระหนี้ให้เจ้าหนี้การค้าและเป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ โดยเงินทุนหมุนเวียนนี้ ธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่จะเป็นผู้ให้กู้
อย่างไรก็ดี สหฟาร์มติดหนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ใน จ.เพชรบูรณ์ และลพบุรี ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงไก่กว่า 1,000 รายในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทค้างจ่ายกว่า 610 ราย มียอดหนี้ 384 ล้านบาท โดยเป็นเกษตรกรใน จ.นครราชสีมา จำนวน 115 ราย มียอดหนี้กว่า 88 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ค้างการจ่ายเงินมาตั้งแต่ปลายปี 2555 จนถึงปัจจุบัน
สำหรับเจ้าหนี้ของสหฟาร์มนำโดยธนาคารกรุงไทย มีมูลหนี้ 9,000 ล้านบาท ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) 1,400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของธนาคารธนชาต ธนาคารไทยพาณิชย์ และเจ้าหนี้การค้า







