
เกาะติดสินค้าไทยถูกกีดกัน
พาณิชย์เผยคู่ค้าใช้มาตรการตอบโต้94เคสเอกชนกระทุ้งเร่งเจรจาเอฟทีเอกับอียู
พาณิชย์เผยคู่ค้าใช้มาตรการตอบโต้94เคสเอกชนกระทุ้งเร่งเจรจาเอฟทีเอกับอียู
สั่งทูตพาณิชย์แก้ปัญหากฎระเบียบการค้า หลังไทยโดนทั่วโลกใช้มาตรการการค้า 94 กรณี
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ถูกประเทศคู่ค้าทั่วโลกใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ารวม 94 กรณี ทั้งกรณีถูกไต่สวนตามมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (ซีวีดี) และมาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมจำพวกเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์ยางพารา
ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้มีการใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าต่อสินค้าไทยมากที่สุด 26 กรณี โดยเฉพาะอินเดียมีมาตรการตอบโต้ทางการค้าทั้งที่ใช้อยู่และกำลังไต่สวน 18 กรณี ยุโรป รัสเซีย และซีไอเอส มีมาตรการเอดีและเซฟการ์ดต่อสินค้าไทย 16 กรณี ประเทศในอเมริกาเหนือใช้มาตรการเอดีและซีวีดีกับสินค้าไทย 10 กรณี โดยเป็นมาตรการตอบโต้การค้าจากสหรัฐ 8 กรณี
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือกับผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก โดยมอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ติดตามกฎระเบียบทางการค้าที่ประเทศต่างๆ จะนำมาใช้กับไทย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ทันกับสถานการณ์ และไม่ให้มาตรการเหล่านั้นเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าไทย
“การใช้มาตรการทางการค้าถือเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าไทย ซึ่งต้องการให้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก ติดตามข้อมูลให้ทันกับสถานการณ์ รวมทั้งแจ้งเตือนภาคเอกชนด้วย” นางศรีรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ การหารือระหว่างนางศรีรัตน์และทูตพาณิชย์ มีการหารือกรณีผลักดันให้เกาหลีใต้เปิดตลาดนำเข้าไก่สดไทย การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ที่ทำให้สินค้าไทยถูกกีดกันจากสหรัฐ ติดตามกรณีอินโดนีเซียใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าผัก ผลไม้และพืชสวน และกรณีที่พม่าจะออกประกาศห้ามส่งออกไม้ซุงท่อน
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนกังวลว่าการประกาศยึดอำนาจจะทำให้การเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยสหภาพยุโรปล่าช้าออกไป จึงอยากให้ผู้มีอำนาจมีท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ก่อนสินค้าไทยจะถูกตัดสิทธิประโยชน์ศุลกากร (จีเอสพี) ตั้งแต่ปี 2558







