posttoday
‘เพซ’ไม่หวั่นสวนน้ำแข่งดุ

‘เพซ’ไม่หวั่นสวนน้ำแข่งดุ

26 พฤษภาคม 2557

ชูจุดขายทะเลสาบแมนเมดใหญ่สุดเอเชียเชื่อที่ดินหัวหินบูมต่อราคาขยับ50%

ชูจุดขายทะเลสาบแมนเมดใหญ่สุดเอเชียเชื่อที่ดินหัวหินบูมต่อราคาขยับ50%

เพซฯ ไม่หวั่นอสังหาฯ หัวหินแห่เปิดสวนน้ำชูเป็นจุดขายแย่งลูกค้าชี้แต่ละรายมีจุดขายแตกต่าง ด้านขณะที่ตลาดไฮเอนด์ไร้กระทบการเมืองไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ลูกค้าทิ้งดาวน์ไม่มี

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาฯ ส่วนใหญ่ที่มาพัฒนาโครงการที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่จะชูจุดขายเป็นสวนน้ำจำลองซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่และเล็กเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้า โดยปัจจุบันมีจำนวน 34 โครงการที่พัฒนาในรูปแบบดังกล่าวแต่เป็นโครงการที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันตามแนวทางการพัฒนา

“ตลาดอสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวนั้นต้องหาจุดขายที่แตกต่าง อย่างที่หัวหิน ขณะนี้มีผู้ประกอบการนำธีมสวนน้ำมาเป็นจุดขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนน้ำขนาดเล็ก และหลายโครงการส่วนรูปแบบนั้นแตกต่างกันไป แต่บริษัทให้ความสำคัญการพัฒนาสวนน้ำโครงการมหาสมุทร เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ระบบแมนเมดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่จะก่อสร้างเสร็จและเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ โดยใช้งบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ” นายสรพจน์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการมหาสมุทรตั้งอยู่ที่ อ.หัวหิน บนพื้นที่ 130 ไร่ เป็นวิลล่าจำนวน 81 ยูนิต ขนาดที่ดิน 200 ตารางวา ราคา 35-40 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 3,280 ล้านบาท มีแผนจะเปิดขายในไตรมาส 3 นี้ โดยขณะนี้มีผู้สนใจจองซื้อแล้วประมาณ 10-20 หลังแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อจริง

“ตั้งแต่เรามีแผนพัฒนาโครงการดังกล่าวที่หัวหิน ซอย 112 ส่งผลให้ที่ดินโดยรอบบริเวณปรับราคาขึ้นมากกว่า 50% หรือเพิ่มขึ้นเป็นราคา 8-10 ล้านบาทต่อไร่ จากเดิมที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-10 ล้านบาทต่อไร่ เนื่องจากความต้องการซื้อส่วนใหญ่มาจากการคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการซื้อเป็นบ้านหลังที่สองมากขึ้นและเป็นห้องพักแบบลักซ์ชัวรี่ ที่ให้ความหรูหราอยู่สบาย” นายสรพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่บริษัทใช้งบประมาณเพิ่มกว่า 1,600 ล้านบาท ซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการมหานคร จากมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ และบริษัท ปิยะภาพ รวมพื้นที่กว่า 7 ไร่ เพื่อให้โครงการดังกล่าวพัฒนาบนที่ดินฟรีโฮลด์ จากเดิมเป็นสัญญาแบบเช่า 99 ปี จึงส่งผลให้ราคาห้องชุดมีระดับราคาปรับเพิ่มขึ้นอีก 15% จากปัจจุบันราคาขายห้องชุดอยู่ที่ 3 แสนบาทต่อตารางเมตร จากเมื่อครั้งเปิดตัวครั้งแรกอยู่ที่ 22.4 แสนบาทต่อตารางเมตร ขณะนี้มียอดขายแล้ว 60%

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 2557 บริษัทมีแผนเตรียมการที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมย่านหลังสวน กทม. ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนจำนวน 6,000 ล้านบาท

สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท และมียอดขายรวม 4,000 ล้านบาทจากโครงการมหาสมุทรและมหานคร โดยที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯ ระดับไฮเอนด์ ไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง และลูกค้าไม่มีปัญหาเรื่องการ ทิ้งเงินดาวน์ใดๆ ทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน