posttoday
ธปท.พร้อมอุ้มบาท

ธปท.พร้อมอุ้มบาท

24 พฤษภาคม 2557

รับมือผันผวนจากเหตุการณ์การเมือง ต่างชาติขายตราสารหนี้วันเดียว7พันล้าน

รับมือผันผวนจากเหตุการณ์การเมือง ต่างชาติขายตราสารหนี้วันเดียว7พันล้าน

ธปท.ส่งสัญญาณพร้อมเข้าดูแลค่าเงินบาท หากผันผวนตามสถานการณ์การเมือง

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังมีการประกาศยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ตลาดการเงินและธนาคารพาณิชย์ยังเปิดดำเนินการตามปกติ เช่นเดียวกับการเบิกถอนเงินของประชาชนก็ยังปกติ โดยเสถียรภาพของตลาดเงินไทยในปัจจุบันมีเสถียรภาพพอสมควร ไม่ได้เคลื่อนไหวฮวบฮาบ

ทั้งนี้ เสถียรภาพในตลาดการเงินน่าจะมาจาก 23 ปัจจัย คือ 1.ตลาดซึมซับข่าวการเมืองมาตลอด 2.ผู้เล่นในตลาดมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ความอึมครึม และไม่ได้มองเป็นข่าวร้ายทั้งหมด และ 3.ตลาดการเงินไทยพัฒนามาถึงระดับที่มีความลึกและความกว้างมาพอสมควร มีผู้ร่วมตลาดที่หลากหลายเพียงพอ ทำให้มีมุมมองที่สร้างเสถียรภาพไม่ได้มีแนวโน้มเอียงไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

“อย่างไรก็ดี หากเกิดสถานการณ์ที่ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ในลักษณะตื่นตระหนกหรือเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ธปท.มีหน้าที่ต้องเข้าดูแลเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดเงินอยู่แล้ว” นางรุ่ง กล่าว

ด้านตลาดเงินตราต่างประเทศไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก ยกเว้นช่วงแรกของการประกาศรัฐประหารที่นักลงทุนบางส่วนไม่มั่นใจ จึงปิดความเสี่ยงไว้ก่อน ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าค่อนข้างเร็ว ประมาณ 23 สตางค์ต่อเหรียญสหรัฐ แต่ไม่นานก็ปรับตัวกลับมาได้ ในช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ 32.48-32.57 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับก่อนรัฐประหารถือว่าอ่อนค่าไม่มาก

สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.04-0.05% หลังจากรับข่าวรัฐประหาร แต่ก็ปรับกลับลงมาอย่างรวดเร็ว และมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเกิดรัฐประหาร สะท้อนว่า นักลงทุนในตลาดพันธบัตรไม่ได้ตกใจ มากนัก ส่วนตลาดหุ้นมีการขายปิดฐานะของนักลงทุนไปบางส่วนเพื่อรอติดตามสถานการณ์ โดยดัชนีตกไป 20.75 จุด ทำให้โดยรวมช่วงนี้น่าจะมีเงินทุนไหลออกบ้าง เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์การเมือง แต่คงไหลออกไม่มาก เนื่องจากราคาปรับตัวไม่มาก

ด้านนักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า เงินบาทวันที่ 23 พ.ค.เปิดตลาดที่ 32.58-32.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลง 11 สตางค์ เทียบกับช่วงเช้าที่เปิดตลาด 32.47-32.49 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นผลจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ส่วนสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงอีกภายใต้กรอบ 32.45-32.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai BMA) กล่าวว่า ตราสารหนี้ไทย ยังแกว่งตัวในกรอบแคบๆ เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 0.01% หลังเกิดการรัฐประหาร โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,300 ล้านบาท ส่วนใหญ่ขายตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก ขณะที่ตราสารหนี้ระยะยาวขายออกน้อยมาก ส่วนวันที่ 22 พ.ค.ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 3,500 ล้านบาท เนื่องจาก คสช.ประกาศยึดอำนาจในช่วงเย็นท้ายตลาดแล้ว

อย่างไรก็ดี ในเดือน พ.ค.พบว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 2.53 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการขายตราสารหนี้ระยะสั้น อายุไม่เกิน 1 ปี ที่สำคัญเป็นการขายออกจากนักลงทุนเพียง 1-2 รายเท่านั้น แต่มูลค่าการซื้อขายมีปริมาณสูง

ทั้งนี้ สถานการณ์ในตลาดตราสารหนี้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า นักลงทุนมีความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากเป็นการขายตราสารหนี้ระยะสั้นที่ปกติเข้าเร็วออกเร็วอยู่แล้ว แต่เมื่อดูเม็ดเงินที่ต่างชาติขายตราสารหนี้ออกมามีเพียง 5 หมื่นกว่าล้านบาท จากยอดเงินลงทุนคงค้างของต่างชาติที่ถือ ในตราสารหนี้ไทย 6.56 แสนล้านบาท หรือสัดส่วนไม่ถึง 10% และส่วนใหญ่ 85% เป็นการถือในพันธบัตรระยะยาว จึงต้องติดตามต่อไปว่าแรงขายจะมีต่อเนื่องไปอีกหรือไม่

“เบื้องต้นในสถานการณ์ขณะนี้ แนวโน้มเงินทุนไหลออกจากการทิ้งตราสารหนี้ไทยยังไม่น่าห่วงนัก” น.ส.อริยา กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร