
สอท.ชงคสช.ยืดอายุภาษี
ขยายเวลาออกไปอีก1-2ปีกู้ชีพเศรษฐกิจ อุตฯ-คมนาคมเสนอเร่งอนุมัติลงทุน
ขยายเวลาออกไปอีก1-2ปีกู้ชีพเศรษฐกิจ อุตฯ-คมนาคมเสนอเร่งอนุมัติลงทุน
เสนอ คสช. ขยายเวลาลดภาษีแวตนิติบุคคลบุคคลธรรมดาออกไป 12 ปี เพื่อประคองเศรษฐกิจ
การประชุมหารือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ผู้แทนภาคเอกชนและภาครัฐได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทชะงักงัน
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ว่า ส.อ.ท.ได้แจ้งในที่ประชุม คสช.ว่า ขอให้พิจารณาขยายเวลาการต่ออายุการลดอัตราภาษีที่มีผลต่อภาคธุรกิจทั้ง 3 ประเภท อีก 1–2 ปี ประกอบด้วย การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 7% จากเดิมสิ้นสุด 30 ก.ย. 2557 หากไม่ขยายเวลาจะกลับมาคิดอัตราเดิม 10% รวมทั้งขอให้ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% จากเดิมสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2557 และภาษีบุคคลธรรมดา 7 ช่วง เพื่อเป็นการประคองภาวะเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากไม่อนุมัติให้ลดภาษีดังกล่าว เชื่อว่าจะกระทบต่อภาคเศรษฐกิจรุนแรงแน่นอน
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนปกติแล้วภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีการต่ออายุทุก 2 ปี แต่อาจจะต่ออายุเพียง 1 ปีก็ได้ ขณะที่การลดภาษีนิติบุคคล และการลดภาษีบุคคลธรรมดานั้นควรมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) และการลดอัตราภาษีจะสิ้นสุดอายุในสิ้นปีภาษี 2557
นอกจากนี้ ส.อ.ท.ขอให้คงคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เนื่องจากเป็นคณะกรรมการที่มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในส่วนของภาครัฐ และเอกชนร่วมกันเพื่อช่วยกันผลักดัน และฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจ
ขณะที่ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้สะท้อนปัญหากรณีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่ปกติจะมีนายกฯ เป็นประธานโดยตำแหน่งว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เบื้องต้นจะได้เร่งอนุมัติโครงการที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานบีโอไอ คือ โครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 200 ล้านบาทไปก่อน ขณะโครงการที่มูลค่าสูงกว่า 200 ล้านบาท จะต้องผ่านการพิจารณาของอนุกรรมการ และโครงการที่มีมูลค่า 750 ล้านบาท ซึ่งเป็นอำนาจการพิจารณาของบอร์ดบีโอไอชุดใหญ่นั้นจะต้องรอการพิจารณาของ คสช. ก่อน
ทั้งนี้ วันเสาร์ที่ 24 พ.ค. กระทรวงอุตสาหกรรมจะประชุมหัวหน้าหน่วยงานภายใต้กระทรวง เพื่อจัดทำรายละเอียดของปัญหาทั้งหมดของหน่วยงาน เพื่อเสนอต่อ คสช.พิจารณาในรายละเอียดต่อไป
“โครงสร้าง คสช. มีความชัดเจน และเชื่อว่าจะทำงานได้สะดวกขึ้นเพราะทาง คสช. ก็ให้ความมั่นใจว่า จะทำให้ได้ดีขึ้น” นายวิฑูรย์ กล่าว
แหล่งข่าวที่เข้าร่วมประชุม ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์แจ้งให้ คสช. รับทราบข้อติดขัดในการเดินหน้าเจรจาเขตการค้าเสรี ไทยอียู ที่ไทยได้นัดกับทางสหภาพยุโรปไว้เร็วๆ เพื่อทำการเจรจา แต่ไม่มั่นใจว่าทางยุโรปจะเดินทางมาหรือไม่ ขณะที่กระทรวงแรงงานเสนอให้ต่ออายุแรงงานต่างด้าว
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสั่งให้รวบรวมโครงการลงทุนและแผนงานต่างๆ ที่ชะงักงันเพื่อเสนอให้ คสช.พิจารณาตัดสินใจ
ทางด้าน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.มีโครงการเร่งด่วนที่จะต้องขอความเห็นชอบคือ รถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อรังสิต ที่จะต้องขออนุมัติปรับแบบเพิ่มจากขนาด 3 ราง เป็น 4 ราง และต้องขอปรับงบประมาณด้วย ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักไป เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะเสนอนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคมและปฏิบัติราชการแทนรมว.คมนาคม ในเรียกผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในหารือ และสั่งการให้แต่ละหน่วยงานเตรียมสรุปรายละเอียดแผนงานหรือโครงการเร่งด่วน เพื่อนำไปหารือกับทาง คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
นางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานและการผลักดันโครงการต่างๆ ซึ่งมีหลายโครงการที่ได้รับผลกระทบและต้องหยุดชะงักในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการก่อนหน้านี้ ดังนั้นปลัดกระทรวงคมนาคมที่เข้ามาทำหน้าที่แทนรมว.คมนาคมจะต้องพิจารณาเพื่อให้การบริหารงานเดินหน้าไปได้
"มีหลายโครงการที่มีผลกระทบ เช่นสถาบันการบินพลเรือนที่ไม่มีการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ ทำให้มีปัญหาในการทำงาน
ด้าน นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่าหลังเกิดรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลดลงอีก 2% จากเดิมที่ลดลง 10% รวมผู้โดยสารลดลงประมาณ 12% ส่วนภาพรวมการเดินทางในท่าอากาศยานทั้งหมดของ ทอท. พบว่า ผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 7.4% โดย ทอท.จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อีกสักระยะจึงจะทราบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อแนวโน้มการเติบโตของผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการท่าอากาศยานต่างๆของ ทอท.มากน้อยขนาดไหน
นายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจำนวนผู้โดยสารคงต้องรอดูสักระยะ แต่เบื้องต้นยังไม่มีผู้โดยสารแจ้งขอยกเลิกการเดินทาง ซึ่งขณะนี้การบินไทยได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกๆ ตลาดทั่วโลก ซึ่งหากพิจารณาจากคำประกาศยึดอำนาจการปกครองครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการกระทำไปเพื่อให้เกิดความสงบในประเทศไทย คาดว่า จะส่งผลในทางบวกต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นักธุรกิจมีการพูดคุยกันถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า ต้องเป็นคนที่เข้าใจเศรษฐกิจ และมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนหลังจากนี้ และต้องเป็นคนที่นักธุรกิจยอมรับ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเป็นลำดับแรกคือให้เหตุการณ์บ้านเมืองเกิดความสงบโดยเร็ว และความขัดแย้งยุติได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความหวังของประเทศไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ ต้องการให้ผลักดันงบประมาณออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ฟื้นตัวกลับมา เพราะยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวต่างชาติไม่เข้าใจลึกซึ้ง จึงต้องดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยโดยเร็ว
นายสมมาตร ขุนเศรษฐ กรรมการ บริษัท แพนเอเชีย ฟุตแวร์ เปิดเผยว่า สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือเรียกความเชื่อมั่นจาก 2 ส่วน คือ ในประเทศและต่างประเทศ และตั้งทีมบริหารประเทศขับเคลื่อนให้ทุกอย่างเดินหน้าโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้นานเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งต่อประเทศไทย และต่อทางกองทัพ
นอกจากนี้ ต้องเร่งควบคุมเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น อย่างการใช้อาวุธสงคราม หรือการที่ยังมีกลุ่มต่อต้าน สร้างความแตกแยกในสังคมอีก การยึดอำนาจครั้งนี้ต้องทำให้จบทุกอย่างแล้วความเชื่อมั่นจะกลับมา







