posttoday
คังเซนฯ ปรับตัวครั้งใหญ่ผนึกพันธมิตรขายตรง

คังเซนฯ ปรับตัวครั้งใหญ่ผนึกพันธมิตรขายตรง

23 พฤษภาคม 2557

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 แล้ว สำหรับ คังเซนเคนโก ในปีนี้ได้ปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อรับการแข่งขันในธุรกิจที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่รุมเร้า

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 แล้ว สำหรับ คังเซนเคนโก ในปีนี้ได้ปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อรับการแข่งขันในธุรกิจที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่รุมเร้า

อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซนเคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า บริษัทได้มีการปรับตัวครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การรีเฟรชโลโก้บริษัทให้มีภาพลักษณ์สดใสและทันสมัยขึ้น การแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ คือ ชนภูมิ จงตั้งปิติ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อมาดูแลทางด้านการบริหารงานภายในองค์กร เพราะองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ได้มีตลาดเฉพาะในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ตลาดอาเซียนและเอเชียจะกลายเป็นดาวเด่นในอนาคต

“ธุรกิจขายตรงจะต้องปรับตัว เพราะหากอยู่นิ่งหรือไม่มีการเคลื่อนไหวก็จะส่งผลต่อยอดขายหรือกำลังซื้อที่ลดลง จึงต้องมีการปรับอยู่ตลอดเวลา หรือหากลยุทธ์ใหม่มาเพื่อเร่งยอดขาย” อิทธิศักดิ์ กล่าว

เริ่มจากการทยอยปรับภาพลักษณ์สาขาใหม่ให้ทันสมัยขึ้น จาก 70 สาขาในปัจจุบัน โดยในปีนี้จะทยอยตกแต่ง คาดว่าในปีนี้จะปรับเปลี่ยนได้ 30 สาขา ซึ่งจะใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท หรือเฉลี่ยสาขาละ 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ผู้จำหน่ายอิสระที่เข้ามาร่วมทำธุรกิจกับบริษัท เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี เพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากบริษัทได้ทำกิจกรรมการตลาดเพื่อหาสมาชิกที่เป็นกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชั่นวายมากขึ้นด้วย จากปกติจะเป็นกลุ่มที่มีอายุ 28-40 ปี โดยมีสมาชิกรวมทั้งสิ้นกว่า 1 แสนคน ในจำนวนดังกล่าวแอ็กทีฟหรือซื้อสินค้าประจำประมาณ 25-30%

ขณะเดียวกัน ยังได้มีการปรับแพ็กเกจของสินค้า ให้มีขนาดเล็กลงหลายรายการ เริ่มจากหมวดสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำ โดยมีราคาเริ่มต้นกว่า 100 บาท จากเดิมที่ราคาสินค้าชิ้นใหญ่ราคา 1,000 บาทขึ้นไป เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อไปทดลองใช้สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แต่ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าในปริมาณมากหรือสินค้าไซส์ขนาดใหญ่ ก็ยังมีวางจำหน่าย

พร้อมกันนี้ ได้เริ่มทำโครงการ “คังเซน เปลี่ยนลุค” โดยได้มีการร่วมมือกับร้านทำผมทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นร้าน นำสินค้าของบริษัทเข้าไปจำหน่าย หรือนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ภายในร้าน เพื่อเป็นการเพิ่มฐานผู้บริโภคให้มากขึ้น เนื่องจากสินค้าความงามถือเป็นสินค้าหลักในการสร้างยอดขาย

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มสาขาในรูปแบบเอกซ์เพรส ช็อป หรือร้านค้าขนาดเล็ก ภายในโมเดิร์นเทรดอย่าง เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าโมเดลรูปแบบร้านใหม่ๆ จะเป็นอย่างไร จากปัจจุบันได้มีการเปิดสาขารูปแบบร้านค้าปกติในเทสโก้ โลตัส ศรีนครินทร์ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทยังได้ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมกันทางธุรกิจ ในการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ บัตรเครดิต ที่ปัจจุบันบรรดาลูกค้านิยมใช้บัตรเครดิตในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะเป็นตัวผลักดันให้ยอดซื้อต่อใบเสร็จจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย

สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงไทยปีที่ผ่านมา ตลาดมีมูลค่าราว 6-7 หมื่นล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 10% และคาดว่าในปีนี้ภาพรวมของธุรกิจจะเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทจะรุกเปิดตลาดในต่างประเทศมากขึ้น ปัจจุบันได้เปิดตลาดหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในประเทศพม่า ลาว มาเลเซีย กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และในปลายปีนี้จะเปิดตลาดในอินเดีย โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดอาเซียนและเอเชียที่จะเติบโตมากขึ้นรับกับเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน