
ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไทยที่ลากยาวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไทยที่ลากยาวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
หนึ่งในกลยุทธ์หลักของกระทรวงฯ คือ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างสภาพคล่อง” ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับแนวทางสนับสนุนให้ผู้ประกอบการก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ
เบื้องต้น ขณะนี้กระทรวงฯ มีโครงการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านเงินทุน ให้กู้ยืม เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ผ่าน “โครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการประกอบการอาชีพ” ด้วยงบประมาณรวมกว่า 40 ล้านบาท แบ่งวงเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยออกเป็น 4 ระดับคือ 1) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท 2) เกิน 5 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท 3) เกิน 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท และ 4) เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี
ในส่วนของ สสว. ก็มีกลยุทธ์ในการเสริมสร้างระบบและเตรียมความพร้อมเพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าถึงเงินทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทางการเงิน โดยพัฒนาเครื่องมือบริหารจัดการทางการเงินในการเตรียมความพร้อมเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อการสร้างโอกาสและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ขณะที่ บีโอไอก็มีนโยบายในการส่งเสริมการลงทุนในด้านต่างๆ อาทิ มาตรการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับข้อตกลงด้านการค้า สนับสนุนการลงทุนเป็นพิเศษในภูมิภาค หรือ ท้องถิ่นที่มีรายได้ต่ำ และมีสิ่งเอื้ออำนวยต่อการลงทุนน้อย โดยให้สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรสูงสุด เป็นต้น ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-202-4575 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th







