
เวลา
ผ่านไปแป๊บเดียวจะหมดเดือนที่ 5 ของปีแล้ว เรื่องหลายๆ เรื่องที่เราตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จตอนต้นปี หลายคนบางเรื่องยังไม่ได้เริ่มทำเลย ถามว่าที่ยังไม่ได้เริ่มทำเป็นเพราะไม่มีความสามารถมากพอใช่หรือไม่ คำตอบอาจจะใช่ และอาจจะไม่ใช่ เพราะงานหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากมายอะไร เช่น การออกกำลังกาย ฯลฯ หลายคนก็ยังไม่ได้เริ่มทำ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งปี สิ่งที่หลายคนไม่ประสบความสำเร็จเป็นเพราะไม่เห็นคุณค่าของเวลาต่างหาก
ผ่านไปแป๊บเดียวจะหมดเดือนที่ 5 ของปีแล้ว เรื่องหลายๆ เรื่องที่เราตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จตอนต้นปี หลายคนบางเรื่องยังไม่ได้เริ่มทำเลย ถามว่าที่ยังไม่ได้เริ่มทำเป็นเพราะไม่มีความสามารถมากพอใช่หรือไม่ คำตอบอาจจะใช่ และอาจจะไม่ใช่ เพราะงานหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากมายอะไร เช่น การออกกำลังกาย ฯลฯ หลายคนก็ยังไม่ได้เริ่มทำ แม้เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งปี สิ่งที่หลายคนไม่ประสบความสำเร็จเป็นเพราะไม่เห็นคุณค่าของเวลาต่างหาก
แต่หากให้เราเทียบหาคุณค่าของเวลา อาทิ เทียบกันระหว่าง เงิน กับ เวลา เราว่าอะไรมีค่ามากกว่ากัน บางคนอาจเลือกเงิน บางคนอาจเลือกเวลา สำหรับผมแล้ว เงินหรือเวลา อันไหนจะสำคัญกว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคน ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาขาด หรืออะไรเป็นสิ่งที่เขาจำเป็น ตัวอย่างเช่น หากเราไปถามคุณค่าของเวลากับพวกวินมอเตอร์ไซค์ที่นั่งเล่นหมากรุกระหว่างรอลูกค้ากับหมอที่กำลังผ่าตัดหัวใจคนไข้ คุณค่าของเวลาของสองคนนี้ย่อมไม่เท่ากัน
และแม้แต่ในคนคนเดียวกัน เวลาก็ยังมีค่าแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น 5 นาทีของนักเรียนในห้องเรียน กับ 5 นาทีสุดท้ายในห้องสอบ ก็มีค่าแตกต่างกัน
แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้หมายความว่า เวลาของวินมอเตอร์ไซค์มีค่าน้อยกว่าหมอผ่าตัด หรือเวลาในห้องสอบมีค่ามากกว่าเวลาในห้องเรียน ฯลฯ แต่สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือเวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากของทุกคน ทั้งนี้เพราะธรรมชาติของเวลามีลักษณะพิเศษคือ
1.เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ใช้แล้วหมดไป
2.เวลาไม่สามารถซื้อเพิ่มได้ ไม่ว่ารวยหรือจน
3.เวลาไม่สามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้
4.เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่หวนย้อนกลับมาอีก
ยิ่งโลกปัจจุบันหมุนเร็วกว่าที่เราคิดมาก การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่าแต่ก่อนมาก ยิ่งการเปลี่ยนแปลงยิ่งรุนแรง รวดเร็วมากเท่าไร เวลายิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
ขนาดผู้รู้บางคนยังพูดเลยว่า “เวลาเป็น Commodities (สินค้าโภคภัณฑ์) ที่มีค่ามากที่สุด” แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยเห็นคุณค่าของเวลา จะเห็นคุณค่าของเวลาก็ต่อเมื่อเวลามีจำกัด ยิ่งเวลาจำกัดมากเท่าไร เวลาก็มีคุณค่ามากเท่านั้น และหลายครั้ง กว่าเราจะเห็นคุณค่าของเวลา เราก็ไม่มีเวลาเหลือให้จัดการแล้ว
ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงการไม่เห็นคุณค่าของเวลาที่ผมพบบ่อยมากๆ ในการทำงานเป็นที่ปรึกษาทางการเงินก็คือ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยล้นฟ้าหรือคนระดับรากหญ้าแทบทุกคนเลยมีปัญหาเรื่องเกษียณอายุว่าจะอยู่อย่างไร แทบทุกคนเช่นกันต่างบอกว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะ......
อย่างคนรวยแม้ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็มักจะพูดว่า หากย้อนเวลากลับไปได้จะกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายมากกว่านี้
หรืออย่างคนระดับกลางหรือระดับรากหญ้า ปัญหาเรื่องเงินหลังเกษียณเป็นปัญหาใหญ่ ผมขอยกตัวอย่างงานวิจัย Ernst & Young Retirement Survey ที่ทำเมื่อหลายปีก่อน พบว่า 5 เรื่องที่คนวัยเกษียณอเมริกาอยากย้อนเวลากลับไปทำ มีดังนี้
– 21% อยากย้อนเวลากลับไปจัดทำประมาณการเงินได้ที่ต้องการเพื่อไว้ใช้จ่ายวัยเกษียณ
– 19% อยากย้อนเวลากลับไปวางแผนการลงทุนและจัดทำพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม
– 19% อยากย้อนเวลากลับไปทำความเข้าใจเงื่อนไขที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแหล่งเงินสะสมเพื่อการเกษียณต่างๆ
– 18% อยากย้อนเวลากลับไปกำหนดรูปแบบการได้รับผลตอบแทนหลังเกษียณ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันมากขึ้น
– 17% อยากย้อนเวลากลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง เพื่อกลับไปทำงานหาเงินมาเป็นทุนสำรองสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณให้มากขึ้น
สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากันก็คือเวลามี 24 ชั่วโมง/วัน แต่ทำไมคนถึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน ก็เพราะว่าการบริหารเวลาไม่เหมือนกัน ผู้ที่รู้คุณค่าของเวลามากเท่าใดย่อมสามารถบริหารเก็บเกี่ยวคุณประโยชน์จากการใช้เวลาให้มีคุณค่าได้มากเพียงนั้น ประโยคง่ายๆ แต่จริงประโยคหนึ่งสำหรับการวางแผนการเงินก็คือ “ออมก่อน รวยกว่า” ก็เป็นเรื่องของการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเช่นกัน Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก กล่าวถึงการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20 ว่าคือ “ดอกเบี้ยทบต้น” ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่เงินออม ที่นอกจาก “จำนวนเงินต้น” กับ “อัตราดอกเบี้ย” แล้ว “เวลา” ก็เป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะยิ่งมีระยะเวลานานยิ่งส่งผลให้เงินออมเพิ่มพูนขึ้นในอัตราทวีคูณ (เราสามารถทดสอบเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเราเองแล้วผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ที่ http://www.tsithailand.org/index.php?option=com_ wrapper&Itemid=87)
หัวใจสำคัญของการบริหารเวลาเป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่จะจัดลำดับความสำคัญ โดยการเอางานทั้งหลายมาจัดลำดับความสำคัญแล้วลงมือทำงานที่สำคัญที่สุด เหมือนอย่างการตัดสินใจเพื่อประเทศชาติในช่วงสัปดาห์นี้ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้อง หากเราอยู่เฉยไม่ตัดสินใจอะไรเลย เราก็ต้องยอมรับผลแห่งการอยู่เฉยนั้น ป่วยการที่จะมานั่งรำพันว่า “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะ...” ถึงตอนนั้นคงไม่มีใครเห็นใจเราหรอกครับ อาจจะสมน้ำหน้าด้วยซ้ำ
ทุกนาทีมีค่ากว่าที่คิด
ทุกชีวิตมีค่ากว่าที่เห็น
ทุกๆ บาทมีค่ากว่าที่เป็น
ไม่ลำเค็ญไม่เห็นค่าราคาจริง







