
ไตรมาส 2 กลุ่มโรงกลั่นยังแย่
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด มีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น แม้ความกังวลต่อกำลังกลั่นใหม่ในปี 2557 จะลดลง แต่โรงกลั่นในประเทศส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจผลิตปิโตรเคมีในกลุ่มอะโรเมติกส์อยู่ด้วย ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างราคาพาราไซลีนยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหากำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงกดดันดังกล่าวคาดว่าจะมีต่อเนื่องถึงปี 2558 ทำให้ระยะสั้นหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลั่นขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด มีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น แม้ความกังวลต่อกำลังกลั่นใหม่ในปี 2557 จะลดลง แต่โรงกลั่นในประเทศส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจผลิตปิโตรเคมีในกลุ่มอะโรเมติกส์อยู่ด้วย ซึ่งปัจจุบันส่วนต่างราคาพาราไซลีนยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหากำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงกดดันดังกล่าวคาดว่าจะมีต่อเนื่องถึงปี 2558 ทำให้ระยะสั้นหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลั่นขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุน
ค่าการกลั่น (สิงคโปร์) ไตรมาส 2 ปี 2557 อยู่ที่ 6.3 เหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากไตรมาสแรกแม้จะผ่านพ้นช่วงฤดูหนาว แต่กำลังกลั่นยังคงตึงตัวจากแผนหยุดซ่อมโรงกลั่นที่มากกว่าภาวะปกติ ทำให้ค่าการกลั่นยังคงแข็งแกร่ง
บล.เคเคเทรด พบว่ากำลังกลั่นลดลงกว่า 5.6% ของกำลังกลั่นทั้งหมดในภูมิภาค ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. (ข้อมูลจาก Platts และ JBC) ขณะที่กำลังกลั่นใหม่ปี 2557 จะต่ำกว่าคาด โดยโรงกลั่นในจีนเลื่อนผลิตไปเป็นปี 2558 กว่า 0.3 ล้านบาร์เรล คงเหลือกำลังกลั่นใหม่เพียง 0.5 ล้านบาร์เรลเท่านั้น
ขณะที่ความต้องการในปี 2557 ยังคงเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล (ข้อมูลจาก FATCs) ทำให้ บล.เคเคเทรด มีมุมมองต่อค่าการกลั่นในช่วงที่เหลือของปี 2557 ดีขึ้น
บล.เคเคเทรด เชื่อว่าส่วนต่างราคาพาราไซลีนจะแสดงจุดต่ำสุดของปีในไตรมาส 2 ปี 2557 โดยไตรมาส 2 ปี 2557 ส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Naphtha) ยังคงลดลง 35% จากไตรมาสแรก เนื่องจากโรงงานพาราไซลีนใหม่กำลังผลิตรวมกว่า 3.54 ล้านตัน (จีน เกาหลีและอินเดีย) จะเริ่มผลิตใน พ.ค.นี้ กระทบผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2557 ของบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) นอกจากนี้อัตราการใช้กำลังการกลั่นไตรมาส 2 ปี 2557 ลดลงจากแผนหยุดซ่อมของโรงกลั่นในประเทศ โดยเฉพาะ TOP และบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ที่คาดว่าจะมีกำลังกลั่นเหลือเพียง 80% และ 74% ตามลำดับ จากไตรมาสแรก ปี 2557 ที่โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังกลั่นปกติ แม้การหยุดซ่อมจะเป็นไปตามแผน แต่ระยะสั้นปัจจัยดังกล่าวจะทำให้กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2557 ของกลุ่มธุรกิจการกลั่นอ่อนตัวจากไตรมาสแรก
ทั้งนี้ เริ่มมีความเป็นไปได้ที่บริษัท ปตท. (PTT) จะขายหุ้น BCP จำนวน 375 ล้านหุ้นให้กับพันธมิตรธุรกิจ ผู้บริหารของทั้ง BCP และPTT เชื่อว่าการลดสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวจะไม่กระทบการดำเนินงานของ BCP โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดหาวัตถุดิบการผลิต เนื่องจากมีสัญญาเป็นระยะเวลาสัญญาที่ไม่เกี่ยวกับการถือหุ้น
ขณะที่แผนธุรกิจของ BCP เริ่มกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งมีกระแสเงินสดและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจการกลั่นที่มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดประเด็นดังกล่าวราคาหุ้นลดลงไปแล้วกว่า 5% แม้ปัจจุบันจะเป็นเรื่องยากต่อการประเมินผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว แต่แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2557 ที่อ่อนตัว ทำให้ BCP ขาดความน่าสนใจในการลงทุน







