
จังหวะและโอกาสเคล็ดลับธุรกิจสยามกลการ
อาณาจักรธุรกิจในกลุ่มสยามกลการที่มีรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์เป็นรายได้หลัก
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
อาณาจักรธุรกิจในกลุ่มสยามกลการที่มีรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์เป็นรายได้หลัก แต่ยังมีธุรกิจระดับรองลงไปอีกมากในกลุ่มบริษัทนี้ที่มีความน่าสนใจ และถือว่ามีมาตรฐานระดับโลก และหนึ่งในนั้นคือธุรกิจสนามกอล์ฟ ซึ่งหากเทียบสัดส่วนแล้วอาจจะสร้างรายได้เพียงน้อยนิดต่อปีเท่านั้น
แต่หากเอ่ยชื่อ สยาม คันทรีคลับ พัทยา ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟที่ใช้จัดการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ติดต่อกันมาหลายปี เชื่อว่านักกอล์ฟทุกคนต้องรู้จักดี และครั้งนี้ กลุ่มสยามกลการ ได้ขยายธุรกิจโดยการเปิดสนามกอล์ฟแห่งที่ 3 และส่งให้สยาม คันทรีคลับ พัทยา กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสนามกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในไทย
พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการ บริษัท ทองถาวรพัฒนา ในกลุ่มสยามกลการ กล่าวว่า กลุ่มสยามกลการมีที่ดินขนาดประมาณ 6,000 ไร่ที่พัทยา บนพื้นที่นั้น มีสนามกอล์ฟอยู่แล้ว 2 สนาม คือ สยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์ คอร์ส และแพลนเทชั่น ซึ่งเน้นบรรยากาศของขุนเขา และบรรยากาศเมืองพัทยา
ทั้ง 2 สนามนี้เองที่มีการจัดการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และได้ต่อยอดมาเป็นสนามกอล์ฟแห่งที่ 3 คือ สยาม คันทรีคลับ พัทยา วอเตอร์ไซด์
สนามแห่งใหม่นี้ จะเน้นบรรยากาศของน้ำโดยรอบ ใช้งบลงทุนกว่า 1,315 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 สนามกินพื้นที่ประมาณ 2,200 ไร่ จากพื้นที่ 6,000 ไร่ ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นจุดขายที่จะดึงดูดให้นักกอล์ฟมาเล่น มีขนาดรวมทั้ง 3 สนาม 63 หลุม กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุด และเน้นจับตลาดนักธุรกิจต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มาทำธุรกิจอยู่ในละแวกดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วน 70% ของผู้ที่มาเล่นต่อปี ขณะที่อีก 30% เป็นนักธุรกิจชาวไทย
“สนามกอล์ฟ 2 สนามแรกมีรายได้รวมประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี การเปิดสนามที่ 3 เชื่อว่าจะมีรายได้ใกล้เคียงกัน ทำให้รายได้จากธุรกิจสนามกอล์ฟมีโอกาสแตะ 750 ล้านบาท โดยสนามที่ 3 จะเริ่มเปิดให้บริการ 24 พ.ค.นี้” พรเทพ กล่าว
หัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจสนามกอล์ฟ ซึ่งรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่มสยามกลการนั้น พรเทพ บอกว่า ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสเป็นสำคัญ เรื่องเงินลงทุนมีอยู่แล้ว อาจจะใช้เงินภายในหรือการร่วมทุนก็ได้ ที่ดินทำเลต่างๆ ก็มีอยู่ แต่การเลือกจังหวะที่จะลงทุนและโอกาสในการทำตลาด จะเป็นตัวชี้วัดว่าการขยายธุรกิจนั้น จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่
เช่นเดียวกับธุรกิจสนามกอล์ฟ ที่เห็นแล้วว่า จากอัตราการเติบโตของรายได้ 15-20% ต่อปี ยังมีโอกาสที่ดี ประกอบกับสนามกอล์ฟในประเทศไทยยังน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนนักกอล์ฟ แสดงว่าความต้องการยังมีอีกมาก
สำหรับสยาม คันทรี คลับ พัทยา วอเตอร์ไซด์ ได้รับการออกแบบโดย ไอเอ็มจี กอล์ฟ คอร์ส ดีไซน์ ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบสนามกอล์ฟระดับโลก ผ่านการก่อสร้างที่มีมาตรฐานสากล จึงมั่นใจว่าเป็นสนามกอล์ฟระดับ แชมเปี้ยนชิพ คอร์ส
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองมีผลต่อลูกค้าต่างประเทศ โดยส่งผลให้ยอดลูกค้าที่มาใช้บริการสนามกอล์ฟลดลงประมาณ 56% ถือว่ากระทบเพียงเล็กน้อย แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็อาจส่งผลเสียมากขึ้นได้
พรเทพ กล่าวทิ้งท้ายต่อภาพรวมการลงทุนขยายธุรกิจว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจต่างๆ รวมถึงกลุ่มสยามกลการ มีการลงทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังนั้นช่วงนี้จึงถือเป็นช่วงพัก เพื่อวางแผนสำหรับการขยายธุรกิจก้าวต่อไป ซึ่งกล่าวได้ว่า นับจากวันนี้ถึงสิ้นปีต้องระมัดระวังเพราะอาจมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้
“แต่มั่นใจได้ว่า เมื่อมีวันที่ฝนตก ก็ต้องมีวันที่ฝนหยุด ดังนั้น จังหวะและโอกาสคือสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกให้ได้อย่างถูกต้อง” พรเทพ กล่าวปิดท้าย







