
สสว.หวังเอสเอ็มอีฟื้นผนึก22หน่วยงานหนุน
สสว.ลุ้นการเมืองจบเร็ว หวั่นเอสเอ็มอีกระทบหนัก จับมือ 22 หน่วยงานช่วยเหลือ
สสว.ลุ้นการเมืองจบเร็ว หวั่นเอสเอ็มอีกระทบหนัก จับมือ 22 หน่วยงานช่วยเหลือ
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยากให้ปัญหาการเมืองในประเทศไทยยุติลงโดยเร็ว และไม่ควรยืดเยื้อนานเกิน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพราะจะส่งผลกระทบกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อย่างมาก ซึ่งเอสเอ็มอีมีสายป่านสั้นและเงินทุนน้อยกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ เอสเอ็มอียังมีปัญหาเรื่องการขายสินค้า การตลาด และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สสว.จึงอยากให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีปัญหาการดำเนินธุรกิจ เข้ามาปรึกษากับ สสว. ที่มีเครือข่ายพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกด้านอย่างเต็มที่ ส่วนภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในปีนี้จะมีแนวโน้มการปิดกิจการเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลในเรื่องดังกล่าว
“เอสเอ็มอีทั่วโลก จะได้รับความเสี่ยงได้น้อยกว่าธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงอยากให้สถานการณ์ในประเทศจบเร็ว เพราะเอสเอ็มอีมีสายป่านทางธุรกิจสั้น มีเงินทุนทางธุรกิจน้อย ยืดยาวไม่ดี ไม่ควรเกิน ครึ่งปีจนถึงหนึ่งปี เพราะธุรกิจใหญ่จะสามารถอยู่ได้ แต่เอสเอ็มอีจะอยู่ไม่ได้” น.ส.วิมลกานต์ กล่าวจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน รวม 22 หน่วยงาน เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อาทิ ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทด้านการสื่อสาร เทคโนโลยี และโทรคมนาคม เป็นต้น
สำหรับความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แบ่งเป็น 3 ด้าน 1.สนับสนุนด้านการเงิน สินเชื่อ และความรู้ด้านการเงิน 2.ส่งเสริมด้านการค้า การตลาด รวมถึงจับคู่ธุรกิจ 3.กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สิทธิประโยชน์ด้านสื่อสารและความรู้แก่เอสเอ็มอีในการเปิดร้านค้าออนไลน์
สำหรับภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน ที่เข้ามาร่วมโครงการ อาทิ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย บริษัท ไมโครซอฟท์ และ บริษัท ตลาดดอทคอม เป็นต้น ซึ่งการทำโครงการครั้งนี้ ถือเป็นปีที่ 2 คาดว่าจะมีเอสเอ็มอี รวมโครงการ 1,500 ราย มั่นใจว่าจะทำให้เอสเอ็มอีมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดในอาเซียนได้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย ถือเป็นธุรกิจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีมูลค่าตลาดสินค้าและบริการ คิดเป็น 4.21 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37% ของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศ มีการจ้างงานรวม 11.7 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 80.4% ของการจ้างงานภาคเอกชนในประเทศ







