posttoday
ไร้สัญญาณโงหัวสต๊อกรัฐถล่มรราคาข้าวต่ำสุด 5 ปี

ไร้สัญญาณโงหัวสต๊อกรัฐถล่มรราคาข้าวต่ำสุด 5 ปี

20 พฤษภาคม 2557

งานนี้นักเศรษฐศาสตร์และวงการค้าข้าวถึงกับต้องอ้าปากค้าง

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

งานนี้นักเศรษฐศาสตร์และวงการค้าข้าวถึงกับต้องอ้าปากค้าง เมื่อกระทรวงพาณิชย์โยนกลองว่าสาเหตุที่ราคาข้าวในตลาดตกต่ำในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือของกระทรวงพาณิชย์ที่เร่งระบายข้าวเดือนละ 8 แสน1 ล้านตัน เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ชาวนาที่รัฐบาลยังค้างหนี้ค่าข้าวกว่า 78 หมื่นล้านบาทก่อนหน้านี้

“การระบายสต๊อกข้าวไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เหมือนอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายกล่าวหา แต่ที่ราคาข้าวลดลงเพราะโครงการรับจำนำข้าวเปลือกสิ้นสุดลง และรัฐบาลไม่มีมาตรการ ออกมาดูแลชาวนาต่างหาก อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลทำให้ข้าวเปลือกเข้ามาในตลาดมากจึงกดดันราคาข้าวให้ตกต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา” ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ระบุ

แต่นั่นสวนทางกับมุมมองของภาคเอกชนในวงการค้าข้าว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ ยืนยันว่า สาเหตุที่ราคาข้าวในตลาดตกต่ำ เพราะแรงกดดันจากสต๊อกข้าวรัฐบาลที่มีมากถึง 20 ตัน และกระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าวจนผลผลิตข้าวสารส่วนเกินท่วมตลาด

“ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลงเป็นผลจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลต้องหาเงินมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนา ประกอบกับผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข้าวในตลาดจำนวนมาก ในขณะที่ความต้องการข้าวในตลาดข้าวโลกก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมาก เพราะหลายประเทศก็ซื้อข้าวไว้เยอะแล้ว ทำให้ไม่มีแรงกดดันที่ต้องเข้ามาซื้อข้าวเหมือนในช่วงที่ผ่านมา” ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เห็นแย้ง

หากย้อนกลับไปพิจารณาสถิติราคาข้าวกลับไปตั้งแต่ปี 2553-2557 พบว่า ราคาข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) เดือน พ.ค. 2557 เฉลี่ยราคาอยู่ที่ตันละ 7,200-7,500 บาท เทียบกับราคาเฉลี่ย พ.ค. 2556 ข้าวเปลือกเจ้าราคาอยู่ที่ตันละ 1 หมื่นบาท เดือน พ.ค. 2555 ราคาข้าวเปลือกเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 1.09 หมื่นบาท และเดือน พ.ค. 2554 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 8,400 บาท ขณะที่ในเดือน พ.ค. 2553 ราคาข้าวเปลือกเจ้าเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 7,800-8,600 บาท

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าราคาข้าวเปลือกในปัจจุบันเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว

สอดคล้องกับราคาข้าวสารในตลาด ล่าสุดราคาต่ำสุดในช่วง 5 ปีเช่นกัน โดยราคาข้าวขาว 5% ล่าสุดวันที่ 14 พ.ค. 2557 อยู่ที่กิโลกรัมละ 1111.30 บาท ลดลงจากราคาข้าวขาว 5% ราคาเฉลี่ย พ.ค. 2556 อยู่ที่ 15.50 บาทต่อกิโลกรัม ราคาเฉลี่ย พ.ค. 2555 อยู่ที่ 17.84 บาทต่อกิโลกรัม ราคาเฉลี่ย พ.ค. 2554 อยู่ที่ 13.20 บาทต่อกิโลกรัม และราคาเฉลี่ย พ.ค. 2553 อยู่ที่ 12.8013.00 บาทต่อกิโลกรัม

แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ ราคาข้าวสารที่ประชาชนบริโภค ทั้งข้าวสารตักขายปลีก และราคาข้าวถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคากลับลดลงเพียงเล็กน้อย

สมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ระบุว่า ราคาข้าวสารถุงยี่ห้อทั่วไปราคาได้ปรับตัวลดลงมาประมาณ 510% หรือลดลงจาก 80-90 บาทต่อถุง เหลือ 70-80 บาทต่อถุง เพราะการทำข้าวถุงมีต้นทุน ค่าปรับปรุงสภาพข้าว ค่าบรรจุถุง ค่าขนส่ง ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้ราคาข้าวถุงลดลงไม่มากนักคือ ค่าวาง Shelf และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่กำหนดโดยห้างโมเดิร์นเทรด ทำให้ราคาลดลงไม่มาก

“ราคาข้าวถุงน่าจะอยู่ในระดับเช่นตอนนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 12 ปี เพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นมา แต่คาดว่าราคาข้าวที่ต่ำในปัจจุบันน่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว โดยราคาข้าวสารบรรจุถุง (ข้าวขาว) ขนาด 5 กิโลกรัม ราคาบางยี่ห้อลดลงเหลือเพียง 70-80 บาทเท่านั้น จากเดิมที่ราคาถุงละ 90-110 บาท ซึ่งถือว่าต่ำมากก็เป็นผลดีต่อผู้บริโภค แต่ชาวนาอาจได้รับผลกระทบจากราคาข้าวที่ต่ำลงไปอีกหลายปี” สมเกียรติ ประเมิน

ในสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกและข้าวสารที่ย่ำแย่ และแทบจะไม่มีสัญญาณโงหัวขึ้นในเร็วนี้ ส่งผลให้ชาวนาที่มีจำนวน 3.74 ล้านครัวเรือน ได้รับผลกระทบอย่างหนักในยามนี้ หลังจากหลงระเริงกับความฝันที่จะได้เงินล้านจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 1.5 หมื่นบาทของรัฐบาลเพื่อไทยได้เพียง 2 ปีกว่าๆ แต่ต้องขาดทุนอย่างหนักในฤดูกาลนี้

บางพื้นที่ขายข้าวเปลือกได้ราคาต่ำเพียงเกวียนละ 4,000-5,000 บาท เพราะถูกโรงสีหักค่าความชื้นอย่างหนัก โดยไม่มีหน่วยงานใดชายตามาเหลียวแลกลายเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังเจอทุกข์ใหญ่จากรัฐบาลที่เบี้ยวเงินค่าข้าวเปลือกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ชาวนาก็ยังมีความหวังว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลจะมีนโยบายอุดหนุนชาวนาต่อไป ขณะที่พ่อค้าเองก็หวังว่าราคาข้าวจะปรับตัวขึ้นในไม่ช้า

“ราคาข้าวน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะสถานการณ์ของอินเดียว่าจะมีนโยบายการระบายข้าวออกมาอย่างไร เพราะยังมีความเป็นไปได้ที่อินเดียอาจปล่อยสต๊อกข้าวออกมาเพิ่มอีก ซึ่งส่งผลต่อราคาตลาดให้มีแนวโน้มลดต่ำลงไปอีก ประกอบกับแผนการระบายข้าวของไทย ยังเป็นอีกปัจจัยกดดันให้ราคาข้าวตลาดอาจปรับตัวลดลง” เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าว

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ข้าวไทยที่อยู่ในภาวะตีบตันขณะนี้ ท่ามกลางปริมาณผลผลิตข้าวโลกเพิ่มขึ้นจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม กัมพูชาและพม่า ตลอดจนมีข้าวสารค้างในสต๊อกรัฐบาล 20 ล้านตัน เป็นแรงกดดันไม่ให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าจำเลยตัวหลักก็คือ โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของพรรคเพื่อไทยนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร