posttoday
ภาคอสังหาฯ ครวญ ยอดขายบ้านหดหาย

ภาคอสังหาฯ ครวญ ยอดขายบ้านหดหาย

18 พฤษภาคม 2557

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่อึมครึมและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่อึมครึมและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มได้รับผลกระทบชัดขึ้น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ประเมินว่า ประชาชนระดับกลางที่มีรายได้ 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน ซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท รายได้ลดลงเฉลี่ย 20% จากการถูกตัดค่าทำงานล่วงเวลา กลุ่มนี้จึงชะลอซื้อบ้าน สัดส่วนยอดขายบ้านราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ปกติอยู่ที่ 30-40% ของยอดขายรวม จึงลดเหลือ 20% ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยอมรับสอดคล้องกันว่า ไตรมาสแรกยอดขายตก แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ยังอยู่ได้ ที่น่าห่วงคือผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กอาจมีปัญหาสภาพคล่องได้ ซึ่งตรงกับเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่พบว่า ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อโครงการมากขึ้น หลายแห่งกำหนดยอดขายพรีเซลโครงการไม่ต่ำกว่า 50% เพิ่มขึ้นจากเดิมกำหนด 20-30% แถมสุ่มดูประวัติยื่นขอสินเชื่อเบื้องต้นของลูกค้าที่จองซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมว่าผ่านหรือไม่ ถึงอนุมัติสินเชื่อโครงการ

ผู้ประกอบการหวั่นไฮซีซั่นแย่

ขณะที่ผู้ประกอบการทุกภาคธุรกิจล้วนห่วงสถานการณ์ในประเทศ เช่น เครือโรงแรมเอวัน หวั่นเกรงว่า หากการเมืองยังไม่จบในไตรมาส 2-3 นี้ ก็เป็นห่วงว่าจะทำให้ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว (เอเจนต์) ในต่างประเทศ ที่ยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ในไทย ไม่กล้าจัดโปรแกรมท่องเที่ยวมายังไทย แล้วเปลี่ยนไปขายประเทศเพื่อนบ้านแทน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก ตรงกับความกังวลของไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ที่เชื่อว่า หากไทยจัดตั้งรัฐบาลได้จริง ไตรมาส 2 ปีหน้า เศรษฐกิจไทยต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลาย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ ต้องเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน นักธุรกิจก็จะปรับแผนบริหารความเสี่ยงหันไปหาตลาดอาเซียนแทนไทย

โรงพยาบาลแห่ขยายรับคนไข้

ธุรกิจอื่นกลุ้มกับการเมืองและเศรษฐกิจ แต่โรงพยาบาลไม่หวั่น เพราะการรักษาพยาบาลเป็นสิ่งจำเป็น แถมคนยุคนี้ก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เช่น โรงพยาบาลวิภาวดี ที่ประกาศลั่นว่า 3-4 ปีจากนี้ต้องผนึกโรงพยาบาลรามคำแหงและโรงพยาบาลสินแพทย์ให้กลายเป็นแบรนด์เดียวกันให้ได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพแข่งขัน ส่วนแผนลงทุนอื่นที่เดินแล้วคือ ขยายโรงพยาบาลวิภารามอีก 5-6 แห่ง ใน 3 ปีข้างหน้า ใช้เงินลงทุนแห่งละ 600-800 ล้านบาท

ไป่ตู้เดินหน้าเจาะตลาดธุรกิจไทย

สถานการณ์ในไทยวุ่นภาคธุรกิจต่างๆ จึงหวังพึ่งตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีประชากรสูงกว่า 1,300 ล้านคน ทำให้เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลไป่ตู้ จากจีน ซึ่งมีประชากรจีนที่ใช้อินเทอร์เน็ตใช้บริการ 95% เป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอันดับ 1 ในจีน แต่ละวันมียอดค้นหา 6,000 ล้านครั้ง ผู้ใช้ 550 ล้านราย เปิดตัวบริการใหม่ ไป่ตู้ ไชนีส แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิส (ซีเอเอส) ให้ผู้ประกอบการต่างชาติทำโฆษณาผ่านไป่ตู้ เจาะผู้ประกอบการไทยที่อยากไปลุยตลาดจีนกัน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่ใช้บริการนี้กว่า 20 ราย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน