posttoday
5สินค้าไทยยอดร่วง

5สินค้าไทยยอดร่วง

16 พฤษภาคม 2557

คาดปีนี้สูญเสียตลาด2.5แสนล้านเจอมาเลย์เวียดนามอินโดฯเบียด

คาดปีนี้สูญเสียตลาด2.5แสนล้านเจอมาเลย์เวียดนามอินโดฯเบียด

สินค้าไทยความสามารถแข่งขันในอาเซียนร่วง สูญเสียตลาดปีนี้มูลค่า 250,000 ล้านบาทใน 5 กลุ่มสินค้า จากการเมือง ผู้ประกอบการไม่ปรับตัวพัฒนาสินค้า

ศักยภาพ 5 กลุ่มสินค้าไทยในอาเซียนร่วง สูญเสียตลาด 2.5 แสนล้าน พิษการเมืองไม่พัฒนา

นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยา ลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลการประเมินศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดอาเซียน +3 พบว่า สินค้าหลักของไทยมีความสามารถแข่งขันลดลงทั้งในตลาดจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยมีคู่แข่งในอาเซียนได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น คาดว่าปีนี้ไทยจะสูญเสียตลาด คิดเป็นมูลค่ารวม 2.5 แสนล้านบาท ใน 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว น้ำมันปาล์ม เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ไม้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทั้งนี้ ในปีนี้การสูญเสียตลาดของสินค้าไทยเพิ่มขึ้น เพราะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินค้า 5 กลุ่มดังกล่าวได้สูญเสียตลาด คิดเป็นมูลค่ารวม 1.8 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากคู่แข่งในอาเซียนได้เร่งปรับตัว พัฒนาความสามารถการแข่งขันและการส่งออกมากขึ้น แต่สินค้าไทยไม่ได้ปรับตัว และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันแต่อย่างใด รวมทั้งยังมีปัญหาจากการเมืองในประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพด้วย

“หากการเมืองในประเทศยังมีความยืดเยื้อต่อไป ก็มีโอกาสที่การสูญเสียตลาดของไทยจะมีเพิ่มขึ้น รวมทั้งภาครัฐต้องมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจไทยให้มากขึ้น” นายอัทธ์ กล่าว

สำหรับการแข่งขันของกลุ่มสินค้าไทยในอาเซียน +3 พบว่า สินค้าไทยที่มีความเสี่ยงมากสุดคือ ข้าว น้ำมันปาล์มดิบ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ส่วนสินค้าประเภทไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีความเสี่ยงระดับกลาง ส่วนกลุ่มที่มีศักยภาพแข่งขันสูงขึ้นคือ ยางพารา ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง และยานพาหนะ ชิ้นส่วนประกอบ และอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ

นอกจากนี้ ผลการศึกษา ศักยภาพอาเซียน หลังมีอาเซียน+3 (2554-2556) พบว่า ประเทศที่สูญเสียทางการตลาดในอาเซียน +3 มี 3 ประเทศ มากสุด คือ ฟิลิปปินส์ รวมมูลค่าสูญเสีย 728,329 ล้านบาท รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่าสูญเสียรวม 393,194 ล้านบาท และไทย มูลค่าสูญเสียรวม 183,125 ล้านบาท

ประเทศที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นมี 7 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นมากที่สุด คิดเป็นมูลค่ารวม 596,653 ล้านบาท รองลงมา ประเทศเวียดนาม มูลค่า 306,157 ล้านบาท 3.อินโดนีเซีย 69,796 ล้านบาท 4.พม่า 65,002 ล้านบาท 5.กัมพูชา 39,215 ล้านบาท 6.ลาว 28,264 ล้านบาท และ 7.บรูไน 78.6 ล้านบาท

ทางด้านการส่งออกไปประเทศจีน พบว่า ข้าวไทยที่มีส่วนแบ่งการตลาดลดลง ปี 2556 มีส่วนแบ่งการตลาด 35% จากเดิมปี 2554 มีส่วนแบ่งการตลาด 96.5% มีคู่แข่งคือ เวียดนาม เข้ามาแย่งตลาด และขึ้นเป็นผู้นำส่งออกข้าวไปในจีนมากสุด มีส่วนแบ่งการตลาดปี 2556 อยู่ที่ 64% จากเดิมปี 2554 มีส่วนแบ่งการตลาด 3.5% รวมทั้งสินค้าเสื้อผ้า ไทยมีส่วนแบ่งการตลาด ลดลงมาอยู่ในอันดับ 4 สัดส่วน 13.3% จากเดิมอยู่อันดับ 2 มีส่วนแบ่งการตลาด 24.9% โดยประเทศที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุดคือ เวียดนาม 42% รองลงมาอินโดนีเซีย 20.2% และกัมพูชา 14% ส่วนสินค้าไทยมีส่วนแบ่งตลาดมากสุดคือ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้ และยางและผลิตภัณฑ์

สำหรับประเทศญี่ปุ่น สินค้าไทยที่ถูกแย่งตลาดได้แก่ ยางพารา โดยอินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งที่ 54.8% ในปี 2556 จากปี 2554 ที่ 49.4% และไทย มีส่วนแบ่งการตลาด ปี 2556 ที่ 43% จากเดิมก่อนหน้านี้อยู่ที่ 47.9% และอันดับสามเป็นมาเลเซีย มีส่วนแบ่งการตลาดในปี 2556 ที่ 0.9% กลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เวียดนาม มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด 53.4% จากเดิมมีส่วนแบ่งการตลาด 55.6% รองลงมา อินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งการตลาด 15.7% และไทย มีส่วนแบ่งการตลาด 10.6% เดิมอยู่ที่ 15% โดยสินค้าที่ไทยเป็นผู้นำได้แก่ ข้าว ยานพาหนะและชิ้นส่วนและอุปกรณ์ขนส่งต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางและผลิตภัณฑ์ยาง

ประเทศเกาหลีใต้ สินค้าที่ไทยสูญเสียตลาดได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย โดยไทยมีส่วนแบ่งการตลาดลดลง อยู่ที่ 2.8% เป็นอันดับ 5 เดิมอยู่ในอันดับ 4 ส่วนแบ่ง 8% โดยมีผู้นำเป็นประเทศเวียดนาม ส่วนแบ่ง 61.4% รองลงมา อินโดนีเซีย พม่า และกัมพูชา ส่วนสินค้าที่ไทยเป็นผู้นำได้แก่ ข้าว ยางพารา ยานพาหนะและชิ้นส่วนและอุปกรณ์ขนส่งต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางและผลิตภัณฑ์

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค