
ผู้ดีหวั่นต้องย้ายฐานผลิต
เอสเอ็มอีอาหารผู้ดีหวั่นค่าแรงขั้นต่ำผลักต้องทำธุรกิจนอกประเทศ แข่งขันกับชาติในยุโรปไม่ได้
เอสเอ็มอีอาหารผู้ดีหวั่นค่าแรงขั้นต่ำผลักต้องทำธุรกิจนอกประเทศ แข่งขันกับชาติในยุโรปไม่ได้
เดวิด วิลเลียมส์ กรรมการผู้จัดการบัทท์ ฟูดส์ บริษัทผู้ผลิตเบเกอรี่ในนอตติงแฮม บนเกาะอังกฤษ กล่าวแสดงความกังวลว่า การปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งได้รับการเสนอโดยวินซ์ เคเบิล รัฐมนตรีกระทรวงธุรกิจ นวัตกรรม และทักษะแรงงานแห่งอังกฤษ จะส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารต้องออกไปตั้งฐานนอกประเทศอังกฤษ
“ผมเชื่อว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่เสนอโดยรัฐมนตรีเคเบิลนั้นไม่เหมาะสม มีเหตุผลทางด้านการเมือง และปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จำเป็น” วิลเลียมส์ กล่าว พร้อมเสริมว่า คณะกรรมการจ้างเงินขั้นต่ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้คำปรึกษารัฐบาลเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำได้รับอิทธิพลทางความคิดจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ค่าแรงขั้นต่ำของอังกฤษจะปรับเพิ่มขึ้น 3% หรือ 19 เพนนี ไปอยู่ที่ 6.50 ปอนด์ ในเดือน ต.ค.ปีนี้ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008
“ผมต้องแข่งขันกับบรรดาบริษัทต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งไม่มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ และการขึ้นค่าแรงที่มากเช่นนี้ จะสร้างความเสียหายต่อตลาดแรงงานของเอสเอ็มอีอังกฤษ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เหล่านั้น” กรรมการผู้จัดการบัทท์ ฟูดส์ ระบุ
นอกจากนี้แล้ว วิลเลียมส์ ยังแสดงความกังวลอีกว่า การปรับขึ้นค่าแรงจะสร้างภาระให้กับเอสเอ็มอี ที่ในปัจจุบันก็มีกำไรที่จำกัดอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน อาจจะส่งผลให้เอสเอ็มอีที่ผลิตอาหารไม่มีความยากลำบากมากขึ้นในการจ้างงานลูกจ้างที่มีทักษะเพียงพอ
“ตอนนี้ก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่จะจ้างงานพนักงาน เนื่องจากขาดคนที่มีทักษะ ทว่า ถ้าเรามีเงินไม่พอที่จะจ่ายให้พนักงานที่มีทักษะ ดังนั้นก็จะเป็นเรื่องยากมากขึ้นในการดึงดูดลูกจ้าง” วิลเลียมส์ กล่าว







