posttoday
วิธีบริหารเงินเจ้าหญิงไอที ซี ฉัตรปวีณ์

วิธีบริหารเงินเจ้าหญิงไอที ซี ฉัตรปวีณ์

16 พฤษภาคม 2557

“ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์” หรือ “ซี” พิธีกรรายการและผู้ประกาศข่าวไอทีชื่อดัง ที่ปัจจุบันหลายคนให้คำนิยามกับเธอว่า “เจ้าหญิงไอที” ไปเรียบร้อย ทว่าจุดเริ่มต้นอาจจะเป็นเพราะความชอบและสนใจมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรีที่นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากความชอบก็กลายเป็นงานหลักที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับเธอ แต่สำหรับเธอบอกว่าอะไรไม่สำคัญเท่าได้ทำงานที่รักและรู้สึกสนุกกับมันทุกวันจนเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกทำงานแต่อย่างใด

“ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์” หรือ “ซี” พิธีกรรายการและผู้ประกาศข่าวไอทีชื่อดัง ที่ปัจจุบันหลายคนให้คำนิยามกับเธอว่า “เจ้าหญิงไอที” ไปเรียบร้อย ทว่าจุดเริ่มต้นอาจจะเป็นเพราะความชอบและสนใจมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรีที่นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากความชอบก็กลายเป็นงานหลักที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับเธอ แต่สำหรับเธอบอกว่าอะไรไม่สำคัญเท่าได้ทำงานที่รักและรู้สึกสนุกกับมันทุกวันจนเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกทำงานแต่อย่างใด

เธอสะสมประสบการณ์การเป็นพิธีกรไอทีตามรายการ หรืออีเวนต์ต่างๆ จนวันนี้ต้องถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในจุดที่ยืนของวงการนี้ได้อย่างมั่นคง แต่เส้นทางขนานการใช้ชีวิตนั่นคือ การบริหารเงินของผู้หญิงคนนี้ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน

“ซี” เล่าว่า เด็กๆ เธอโตมากับการรู้จักออมเงินจากกระปุกออมสินที่ได้ในวันเกิดซึ่งส่วนใหญ่ทำจากปูนปลาสเตอร์ที่แงะออกมาได้ยาก พอเต็มกระปุกก็นำไปฝากเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่อง พอโตเป็นวัยรุ่นมัธยมก็มีบ้างที่แบ่งเงินไปซื้อซาริโอของญี่ปุ่น และช่วงมัธยมปลายที่ต้องไปเรียนพิเศษก็มักไม่เก็บเงินสดติดกับตัวเยอะ แม้มีบัตรเดบิตที่สามารถใช้รูดได้เท่าบัญชีเงินฝาก แต่เธอก็เป็นคนไม่ค่อยสุรุ่ยสุร่ายอยู่แล้ว มีเงินเก็บก็นิยมไปฝากแบงก์ จนเข้ามหาวิทยาลัยก็มีเงินฝากในบัญชีแล้วเป็นหมื่นบาท และเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอเริ่มบริหารจัดการเงินเอง เพราะมีรายได้จากการทำงานเล็กๆ น้อย

พอมีรายได้จากการทำงานเป็นหลักแม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย แต่ก็เลือกบริหารเงินอย่างเป็นสัดส่วนเริ่มจากฝากเงินแบบฝากประจำกับธนาคารพาณิชย์ไว้ก่อน โดยส่วนนี้จะกันไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ส่วนหนึ่งก็ทำประกันชีวิต ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อหักภาษีและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนนี้เธอเรียกว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของพอร์ตทั้งหมด ขณะที่เหลืออีก 30% คือสินทรัพย์เสี่ยงที่เป็นการลงทุน ที่เธอเรียกว่าการนำเงินมาต่อเงินด้วยการทำธุรกิจเปิดบริษัทโซเชียล แล็บ ผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับไอทีเพื่อไปเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ

“จริงๆ ซีได้เรื่องการออมและบริหารการเงินจากที่บ้านเต็มๆ โดยเฉพาะการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซีเห็นมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่และคุณยายออกไปต่างจังหวัดทุกสัปดาห์ ก็คิดเอาเองว่าการไปดูที่ของพวกท่านคงสำคัญมาก เพราะออกไปกันทุกอาทิตย์ ก็รู้บ้างว่าเขาซื้อที่ตรงไหน แต่ไม่ได้สนใจรายละเอียด เพิ่งมามองระยะหลังและรู้สึกเสียดายมาก มีที่หนึ่งของคุณพ่อติดเส้นสุขุมวิทที่มีรถไฟฟ้า เรายังมองเลยว่าคุณพ่อเขาไม่น่าขายเลย ถ้าเป็นเราจะมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมได้ แต่คนที่ซื้อเขาอยากได้จริงและคุณพ่อเห็นว่าก็มีกำไรที่ดีแล้วเลยขายไป และปรากฏว่าที่ที่ขายไปเขาก็มีการไปพัฒนาก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมจริงๆ”

สำหรับอสังหาริมทรัพย์แรกเธอใฝ่ฝันตามประสาสาวๆ ที่ต้องการมีบ้านหรือคอนโดมิเนียม ที่ จ.เชียงใหม่ แต่เธอได้คุณแม่ช่วยยกเหตุผลประกอบการคัดเลือกการลงทุนให้ว่า แล้วใครจะดูแลบ้านให้ ทำความสะอาดอย่างไร ฯลฯ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจเลือกซื้อที่ดินแถวลาดพร้าวไว้ ซึ่งปรากฏว่าผ่านมา 56 ปี แล้วผลตอบแทนตอนนี้เพิ่มขึ้นมา 3 เท่าจากราคาต้นทุนที่เธอลงไป ซึ่งเธอรู้สึกว่ามันตอบโจทย์ความต้องการและมีความสุขทุกครั้งที่เห็นมูลค่ามันเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเธอวางเป้าหมายในใจว่าต้องมีที่ดินในเชียงใหม่ให้ได้สักผืน

แต่จุดเปลี่ยนของการลงทุนที่สำคัญของเธอ คือ การตั้งบริษัทของตัวเอง ซึ่งเป็นผลพวงจากที่เธอเป็นพิธีกรและมีโอกาสพบปะผู้ใหญ่หลายวงการก็มักจะได้แง่คิดดีๆ หลายๆ อย่าง ประกอบกับที่เธอมีอายุเข้าสู่ 2930 ปี บวกกับประสบการณ์ที่ทำงานด้านไอทีมาหลายปี และคิดว่าตัวเองมีผลงานด้านนี้จนเป็นที่รับรู้และยอมรับในฝีมือของเธอบ้าง จึงลุกมาตั้งบริษัทนี้อย่างจริงจัง ได้มาปีครึ่งแล้ว

“ซีจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนหรือที่ปรึกษาของบริษัท เพราะเราต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ซีถนัดไอที แต่เรื่องงานหลังบ้าน บัญชี ซีต้องให้คนอื่นมาช่วย เท่ากับว่าซีต้องมาให้น้ำหนักความสนใจที่ตัวบริษัทมากขึ้น พร้อมกับปรับสินทรัพย์ที่ถือบ้าง เช่น การซื้อกองทุน LTF ก็ไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน เพราะตอนนั้นซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา แต่นี่ซีทำบริษัทต้องเสียภาษีนิติบุคคลมากขึ้น ส่วนอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวก็จะคอยฟังว่าที่บ้านเขาไปดูที่ที่ไหนบ้าง และถ้าเราสนใจอะไรก็ค่อยเขาไปบอกเขาหรือไปแจมกับเขาบ้าง” ซีเล่า

นอกเหนือไปกว่านั้น ปัจจุบันเธอยังมองการลงทุนแบบลักษณะที่หากมีโอกาสหรือจังหวะดีๆ เจอธุรกิจหรือบุคคลไหนที่ทำด้านไอทีสามารถเข้าไปมาร่วมลงทุน หรือเข้าไปร่วมหุ้นเขาได้ก็สนใจ แล้วก็ช่วยกันพัฒนากันขึ้นมา เพราะเธอย้ำว่าแม้ใครจะยกบทบาทเจ้าหญิงไอทีให้เธอ แต่เธอก็ยังอยากจะให้เรื่องไอทีกระจายไปสู่วงกว้างของสังคมไทย และมองเรื่องไอทีเป็นเรื่องใกล้ตัวและทุกคนสามารถสัมผัสได้ง่าย ไปพร้อมๆ กับการเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ที่รู้จักการออมและการบริหารเงินได้อย่างเท่าที่เป็นไปตามวัยวุฒิและคุณวุฒิ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน