posttoday
"เอเชีย สุพรีม" เน้นเลือดใหม่ ปั้นรายได้

"เอเชีย สุพรีม" เน้นเลือดใหม่ ปั้นรายได้

16 พฤษภาคม 2557

“บริษัท เอเชีย สุพรีม ธุรกิจเครือข่ายที่ได้มีการปรับตัวรับกับการแข่งขันที่รุนแรง จึงได้พัฒนาแผนธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งเครือข่ายขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) แบบไบนารี่ ขายตรงชั้นเดียว ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง เทเลมาร์เก็ตติ้ง ดาต้าเบส แมเนจเมนต์ และธุรกิจร้านกาแฟ พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะสามารถแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนได้ภายในปี 2559”

“บริษัท เอเชีย สุพรีม ธุรกิจเครือข่ายที่ได้มีการปรับตัวรับกับการแข่งขันที่รุนแรง จึงได้พัฒนาแผนธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งเครือข่ายขายตรงหลายชั้น (เอ็มแอลเอ็ม) แบบไบนารี่ ขายตรงชั้นเดียว ออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง เทเลมาร์เก็ตติ้ง ดาต้าเบส แมเนจเมนต์ และธุรกิจร้านกาแฟ พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะสามารถแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนได้ภายในปี 2559”

นั่นเป็นแนวคิดของ สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการบริหาร ที่เชื่อว่าทุกธุรกิจต้องมีการปรับตัวและบาลานซ์ หรือการกระจายความเสี่ยง ไม่ควรผูกกับธุรกิจเครือข่ายรูปแบบเดียว จึงทำให้เอเชีย สุพรีม เติบโตขึ้นจากเมื่อปี 2556 บริษัทมียอดขาย 150 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าปีนี้จะเป็นปีผลักดันยอดขายเข้าเป้าให้ได้ 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่จะเกิดขึ้นจากสาขาต่างประเทศ 30%

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญมาจากการสร้างผู้นำธุรกิจของตนเอง ด้วยการพัฒนาสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute : ANBI) เพื่อพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำธุรกิจขายตรงอย่างมีคุณภาพ มีจรรยาบรรณและคุณธรรม เริ่มจากจะเปิดรับบุคคลที่ต้องการหารายได้เสริมจากธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะกลุ่มนิสิต นักศึกษา กับโครงการสร้างนักธุรกิจอิสระใน 100 วัน ซึ่งบริษัทจะรับประกันรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 1 หมื่นบาท หากสามารถดำเนินการขายตามขั้นตอนที่กำหนด โครงการดังกล่าวนี้คาดว่าจะสามารถสร้างนักขายใหม่ได้ 2,000 ราย จากปัจจุบันมีอยู่เป็นหลักหมื่นคน

“คนไทยอยู่ในธุรกิจขายตรงกว่า 9 ล้านคน แต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่าธุรกิจขายตรงนี้มีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดี จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา โดยมีการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาอบรมและให้ความรู้ โดยคนที่เข้ามาอบรมกับสถาบันของทางบริษัท บริษัทไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องทำงานกับทางเอเชีย สุพรีม ทุกคนมีอิสระจะเลือกไปทำงานกับที่ใดก็ได้” สุธีร์ ย้ำ

พร้อมกันนี้ เอเชีย สุพรีม ยังเดินหน้าตามแผนการสร้างแบรนด์ให้เป็น “เอเชีย สุพรีม เอเชียคอนเน็ค” เพื่อ รับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการขยายตัวของธุรกิจในแถบอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันได้มีการตั้งบริษัทลูกใน 4 ประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท เอเชีย สุพรีม โซลูชั่น (มาเลเซีย) เอเชีย สุพรีม (พม่า) เอเชีย สุพรีม ลาว และเอเชีย สุพรีม (กัมพูชา) และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งในสองประเทศที่จะแล้วเสร็จในปีนี้ คือที่สาขาเวียดนามและอินโดนีเซีย

“สาขามาเลเซียมีสมาชิกแล้ว 2,000 คน พม่ามีสมาชิกประมาณ 500-600 คน ส่วนสาขาที่ลาวมีสมาชิกราว 500-600 คนเช่นกัน ส่วนในกัมพูชานั้นเพิ่งเริ่มต้น โดยคาดว่าในปีนี้จะสามารถเปิดสาขาได้ 6 ประเทศ ซึ่งรูปแบบการทำตลาดนั้นจะทำธุรกิจเครือ ข่ายที่ผสมผสานกัน รวมไปถึงธุรกิจร้านกาแฟก็สามารถสร้างเครือข่ายธุรกิจได้” สุธีร์ กล่าว

ปัจจุบัน บริษัทมีสาขาในประเทศ 3 สาขา คือ หาดใหญ่ พิษณุโลก และนครราชสีมา มีคลังสินค้า 15 คลัง และมีศูนย์กระจายสินค้าย่อยหรือโมบาย 250 จุดทั่วประเทศ และในปี 2558 บริษัทจะดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ เป็นอาคาร 7 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 6,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ย่าน รามอินทรา และส่วนหนึ่งจะใช้เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เพื่อให้สมาชิกที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดใช้เป็นที่พัก หากต้องมาอบรมหรือฟังสัมมนา

สุธีร์ ย้ำว่า ธุรกิจขายตรงนั้นหากจะเป็นระดับบริษัทมหาชน หรือคนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้นั้น จะต้องมีธุรกิจในรูปแบบอื่นเป็นองค์ประกอบด้วย จึงต้องมีธุรกิจหลายรูปแบบ หรือแม้แต่ความร่วมกับบริษัทในต่างประเทศในการผลิตสินค้า โดยนำเข้ามาจากโรงงานผู้ผลิตจากประเทศนิวซีแลนด์ เกาหลี แคนาดา สหรัฐ อินเดีย ซึ่งเป็นสินค้าคุณภาพเหล่านี้เองเป็นตัวผลักดันธุรกิจแบรนด์ขายตรงไทยสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤต

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค