
"ไป่ตู้"...ชูบริการซีเอเอสเปิดช่องธุรกิจไทยเจาะจีน
ยุคนี้ผู้ประกอบการรายใดไม่ใช้เครื่องมือออนไลน์ทำตลาด จะเสียเปรียบผู้ประกอบการที่เจาะช่องทางนี้ซึ่งต้นทุนต่ำ เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งในประเทศใหญ่อย่างจีนมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ช่องทางออนไลน์ยิ่งจำเป็น
ยุคนี้ผู้ประกอบการรายใดไม่ใช้เครื่องมือออนไลน์ทำตลาด จะเสียเปรียบผู้ประกอบการที่เจาะช่องทางนี้ซึ่งต้นทุนต่ำ เข้าถึงผู้บริโภคได้เร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งในประเทศใหญ่อย่างจีนมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ช่องทางออนไลน์ยิ่งจำเป็น
ชฎากร ธนสุวรรณเกษม ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เว็บไซต์ไป่ตู้ (Baidu) สำนักงานประเทศไทย เปิดเผยว่า ไป่ตู้ เป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลที่มีประชากรจีนซึ่งใช้อินเทอร์เน็ต ใช้บริการ 95% เป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอันดับ 1 ในจีน แต่ละวันมียอดค้นหา 6,000 ล้านครั้ง ผู้ใช้ 550 ล้านราย ที่ผ่านมาไป่ตู้เห็นความสำคัญตลาดเมืองไทย เข้ามาเปิดสำนักงาน 2 ปีแล้ว เปิดตัวบริการสำหรับตลาดไทย 8 ประเภท แบ่งเป็นบริการในเครื่องคอมพิวเตอร์ 4 ประเภท และโทรศัพท์มือถือ 4 ประเภท แต่ล้วนเป็นบริการที่ไม่มีจุดประสงค์หารายได้ ล่าสุดเปิดตัวบริการซึ่งจะสร้างรายได้ให้ไป่ตู้ คือ Baidu Chinese Advertising Services (CAS) หรือให้ผู้ประกอบการจากต่างชาติทำโฆษณาผ่านไป่ตู้ใช้เจาะตลาดคนจีน
กลุ่มเป้าหมายที่จะดึงมาใช้บริการนี้ มี 3 กลุ่ม 1.ธุรกิจที่เกี่ยวกับคนจีนเดินทางมาไทย คือ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม บริษัทนำเที่ยว โรงพยาบาล และสปา เป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่สุดของไป่ตู้ เพราะคนจีนเที่ยวไทยสูง ใช้จ่ายสูง ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ คนจีนสนใจมาทำเด็กหลอดแก้ว (ทํากิฟต์) กับโรงพยาบาลในไทยมาก เฉลี่ย 1 หมื่นคู่ต่อเดือน ทุกคู่มาไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้จ่ายเงินหลักล้านบาท
กลุ่มที่ 2.ธุรกิจที่ต้องการให้คนจีนมาลงทุนในไทย คือ อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน มหาวิทยาลัย และนิคมอุตสาหกรรม เพราะคนจีนมีฐานะดีเพิ่มขึ้น ต้องการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศหาผลประโยชน์งอกเงย เช่น ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเพื่อปล่อยเช่า จากเดิมนิยมซื้อคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ก็เริ่มกระจายสู่พัทยาและภูเก็ต ขณะเดียวกันคนจีนนิยมมาเรียนในมหาวิทยาลัยของไทยมาก และมาลงทุนตั้งโรงงานในไทยสูง เดือนละ 2030 ราย
สุดท้ายกลุ่มที่ 3.ธุรกิจที่ต้องการค้าขายกับคนจีน คือ เครื่องสำอาง พระเครื่อง และอะไหล่รถยนต์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการหาตัวแทนจำหน่ายในจีน แต่ไม่มีศักยภาพมาตามหาเองในจีนซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก จึงใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเจาะตรงหาตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เป้าหมาย
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่เข้ามาใช้บริการเครื่องมือตลาดของไป่ตู้กว่า 20 ราย เช่น ธนาคารกสิกรไทย ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และรายย่อย โดยเฉพาะโรงแรม บริษัททัวร์ แต่ช่วงที่มีเหตุการณ์การเมือง บางส่วนชะลอทำตลาด ยกเว้นผู้ประกอบการใน จ.เชียงใหม่ หรือภูเก็ต ที่เพิ่มการทำตลาด
เครื่องมือที่ผู้ประกอบการจะใช้ทำตลาดได้มี 4 ประเภท คือ 1.ไป่ตู้ เอสอีเอ็ม โฆษณาด้วยการซื้อคีย์เวิร์ด ทั้งชื่อแบรนด์ตัวเอง และคีย์เวิร์ดอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม นอกจากซื้อคีย์เวิร์ดชื่อโรงแรมเอง อาจซื้อคีย์เวิร์ดว่า กรุงเทพฯ พักที่ไหนดี ซึ่งบริการนี้ได้รับความนิยมสูงสุด 2.ไป่ตู้ ยูเนี่ยน บริการโฆษณาผ่านเว็บไซต์พันธมิตรของไป่ตู้ 6 แสนรายในจีน โดยไป่ตู้จะมีเครื่องมือช่วยให้ผู้ประกอบการหากลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน วิเคราะห์ได้ว่าควรไปทำโฆษณาผ่านเว็บไซต์ใดและพุ่งตรงทางนั้น ทำให้ไม่สูญเสียงบประมาณมากเกินจำเป็น ซึ่งไป่ตู้พบว่าการทำโฆษณาผ่านช่องทางเว็บไซต์พันธมิตร มีผู้ผ่านชมเว็บไซต์เหล่านี้รวม 8,000 ล้านครั้งต่อวัน
บริการที่ 3.คือ ไป่ตู้ แบรนด์ ให้ผู้ประกอบการซื้อแพ็กเกจคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับแบรนด์ตัวเอง 10 คีย์เวิร์ดขึ้นไป พร้อมพื้นที่โฆษณาแบรนด์ (แอด แบรนด์ โซน) แสดงผลหน้าเว็บไซต์เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการรายนั้นคิดเป็น 1 ใน 3 ของพื้นที่หน้าเว็บไซต์ที่ผู้ค้นหาเปิดได้ และ 4.ไป่ตู้ ทราเวล เว็บไซต์เรื่องราวการท่องเที่ยว ที่ให้ผู้ใช้บริการเข้ามาเล่าประสบการณ์และแนะนำกันเอง ควบคู่กับให้ข้อมูลกับผู้ใช้ โดยไป่ตู้จะเปิดให้ผู้ประกอบการโฆษณาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานประกอบการของตัวเองผ่าน ชัฟเฟิล ไกด์ หนังสือคู่มือท่องเที่ยวออนไลน์ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการดาวน์โหลดฟรี ที่พบว่ามีผู้สนใจดาวน์โหลดเรื่องเมืองไทยแล้ว 3 ล้านครั้ง และมักพิมพ์คู่มือนี้ไปใช้ระหว่างเที่ยว
“ไทยติด 1 ใน 5 จุดหมายท่องเที่ยวที่คนจีนนิยม เช่นเดียวกับฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และสิงคโปร์ ปีที่ผ่านมาคนจีนเที่ยวต่างประเทศ 90 ล้านคน พบว่ามาไทยถึง 4.4 ล้านคน หรือ 5% จึงมีโอกาสโปรโมทให้เดินทางมาได้อีก” ชฎากร กล่าว
ข้อดีของการทำตลาดผ่านไป่ตู้ คือ เสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีผู้ใช้กดดูโฆษณา ถ้าไม่ได้กดก็ไม่นับ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท รายย่อยเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้บริการได้ต้องมีเว็บไซต์ภาษาจีนก่อน โดยไป่ตู้มีพันธมิตร คือ เรดดี้ แพลนเน็ต เพื่อผู้ประกอบการไทยติดต่อให้ช่วยจัดการเรื่องสร้างเว็บไซต์ภาษาจีน พร้อมรวมหลักฐานยืนยันการประกอบธุรกิจ เพื่อความน่าเชื่อถือก่อนได้รับการอนุญาตให้โฆษณา อนาคตอาจเพิ่มพันธมิตรรายอื่นให้ผู้ประกอบการไทยสะดวกขึ้นอีก
อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานที่ปรึกษาสายการบินโอเรียนท์ ไทย กล่าวว่า จีนพัฒนาเครื่องมือออนไลน์รวดเร็ว หากต้องการประสบความสำเร็จกับตลาดจีนควรใช้ช่องทางนี้ สำหรับโอเรียนท์ ไทย ไม่ได้ใช้เองโดยตรง แต่ให้ตัวแทนจำหน่ายในจีนดำเนินการ เพราะตัวแทนในจีนเชี่ยวชาญกว่า ช่องทางออนไลน์ของจีนที่ควรใช้ทำตลาด ได้แก่ ไป่ตู้ เว็บไซต์ค้นหาข้อมูล เถาเป่า เว็บไซต์ขายส่งของจีน และซีทริป เว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวรายใหญ่ในจีน เป็นต้น
ใครทำตลาดจีนไม่ใช้ช่องทางออนไลน์ โปรดระวังอาจพลาดพลั้งให้คู่แข่งได้แม้ก้าวเข้าตลาดเร็วกว่าก็ตาม







