posttoday
อมารีปลุกต่างชาติชูบริการโรงแรมเสริมคอนโด

อมารีปลุกต่างชาติชูบริการโรงแรมเสริมคอนโด

15 พฤษภาคม 2557

ภูเก็ต เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ในภูมิภาคอาเซียนจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาตัวเลขนักท่องเที่ยวพุ่งแตะถึง 3.6 ล้านคน ซึ่งกลุ่มอมารี หนึ่งใน ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ได้แตกไลน์มาลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในนามบริษัท อมารี เอ็ซเทท ได้เปิดโครงการอมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต โดยอาศัยจุดแข็งธุรกิจโรงแรมมาเป็นกลยุทธ์การขายใหม่ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติในยามที่มรสุมการเมืองโหมกระหน่ำ

ภูเก็ต เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ในภูมิภาคอาเซียนจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาตัวเลขนักท่องเที่ยวพุ่งแตะถึง 3.6 ล้านคน ซึ่งกลุ่มอมารี หนึ่งใน ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ได้แตกไลน์มาลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในนามบริษัท อมารี เอ็ซเทท ได้เปิดโครงการอมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต โดยอาศัยจุดแข็งธุรกิจโรงแรมมาเป็นกลยุทธ์การขายใหม่ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติในยามที่มรสุมการเมืองโหมกระหน่ำ

ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมารี เอ็ซเทท ภูเก็ต ผู้บริหารโครงการอมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจคอนโดมิเนียมใน จ.ภูเก็ต กำลังเป็นที่สนใจสำหรับนักลงทุนต่างประเทศอยู่ไม่น้อย แม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบให้นักลงทุนชะลอลงทุน 70-80% ในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ. แต่ขณะนี้นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะโครงสร้างพื้นฐานของภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่พรั่งพร้อม และไทยก็ยังมีความโดดเด่นในด้านการบริการและอาหารเมื่อเทียบกับบาหลี ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งของภูเก็ตในเวลานี้

ปัจจุบันธุรกิจคอนโดใน จ.ภูเก็ต กลายเป็นธุรกิจเพื่อการลงทุนสูงถึง 50% โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งพบว่ามีสัดส่วนถึง 80% อาทิ สิงคโปร์ กลุ่มประเทศยุโรป มาเลเซีย และออสเตรเลีย ขณะที่ผู้ซื้อคนไทยมีเพียง 20% ส่วนการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยมีสัดส่วน 50% เช่นกัน

ขณะที่กลุ่มธุรกิจอมารี เรสซิเดนซ์ ได้ปรับกลยุทธ์การขายคอนโดที่ จ.ภูเก็ต ถือเป็นแนวคิดใหม่ในการให้บริการระดับโรงแรม (Hotelbranded Residence) นำจุดแข็งของการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมอมารี ซึ่งมีประสบการณ์การบริหารโรงแรมระดับ 5 ดาวผสมผสานกับการขายคอนโด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่กำลังได้รับความนิยมในอเมริกา ขณะที่การขายคอนโดเพื่อการลงทุนในลักษณะดังกล่าวในไทยถือว่ายังมีน้อยมาก

สำหรับกลยุทธ์การขายคอนโด โดยให้บริการระดับโรงแรมมีเพียงที่พัทยา 56 โครงการเท่านั้น ส่วนในภูเก็ตยังไม่มีกลุ่มใดที่ให้บริการ จากปัจจุบันมีคอนโดร่วม 1,000 ยูนิต และจำหน่ายไปได้ร่วม 500 ยูนิตแล้ว ซึ่ง อมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต ได้ดึงทีมบริหารออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรมและห้องพักอาศัย มานานร่วม 20 ปี มาร่วมบริหารโรงแรม ขณะที่การตลาดและการขาย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) เป็นผู้รับผิดชอบ

ความโดดเด่นของการเปิดขายคอนโดที่ให้บริการระดับโรงแรมระดับ 5 ดาว ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ดังกล่าวยังการันตีผู้ซื้อถึงการดูแลมาตรฐานโรงแรม ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งการปล่อยห้องเช่ามีรายได้กลับมาสูงกว่า ซึ่งให้ผลตอบแทน 3 ปี ขั้นต่ำปีละ 6% อีกทั้งผลตอบแทนมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวปีละ 15%

พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการอมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต มียอดจองแล้วกว่า 60% ในเฟสแรก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นนักลงทุนชาวไทย และจะเปิดตัวในเฟสที่ 2 ในอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยจะมีการโรดโชว์ไปในต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง อินเดีย และในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งในส่วนของคอนโดทั้งสองเฟส จำนวน 148 ยูนิต ผู้ซื้อสามารถให้โครงการนำไปบริหารจัดการเพื่อปล่อยเช่าในรูปแบบโรงแรมสำหรับการท่องเที่ยว โดยลูกค้าที่ซื้อห้องชุดของโครงการมีสิทธิจะเข้าพักได้เป็นเวลา 60 วันต่อปี ซึ่งคือจุดเด่นของโครงการและความแตกต่างเพราะเป็นรายเดียวในภูเก็ตขณะนี้

ในส่วนโครงการอมารี เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต มีพื้นที่รวม 18ไร่ มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท มีอาคารพักอาศัยรวม 50 อาคาร แต่ละอาคารออกแบบเป็นห้องชุดโลว์ไรส์ 23 ชั้น รวมทั้งหมด 180 ยูนิต แบ่งเป็น 3 เฟส ขนาดห้อง 12 ห้อง พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 44 102 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 7.9 ล้านบาท คาดว่าปีหน้านี้ถึงจะขายโครงการได้ทั้งหมด ซึ่งปลายปีนี้จะเริ่มวางแผนลงทุนโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม จากการปรับกลยุทธ์การขายคอนโดแนวใหม่ จะผลักดันให้สิ้นปีนี้กลุ่มอมารีมียอดขาย 1,000-1,500 ล้านบาท ส่วนการรับรู้รายได้ในปีนี้ตั้งเป้า 300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารับรู้รายได้ 500 ล้านบาท

หากการปรับกลยุทธ์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จด้วยดี ยอดรับรู้รายได้ในอนาคตคงจะได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน