posttoday
KTAMมั่นใจของดี

KTAMมั่นใจของดี

14 พฤษภาคม 2557

ขายกองอสังหาฯมูลค่า2.6หมื่นล้านลงทุนโรงแรม12แห่ง‘เสี่ยเจริญ’

ขายกองอสังหาฯมูลค่า2.6หมื่นล้านลงทุนโรงแรม12แห่ง‘เสี่ยเจริญ’

KTAM มั่นใจนักลงทุนตอบรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยโฮเทล ลงทุนโรงแรมเสี่ยเจริญ ชูทำเลดี

นางชวินดา หาญรัตกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสต์เม้นต์ (Thai Hotel Investment Freehold and Leasehold Property Fund (THIF) ในวันที่ 1522 พ.ค. 2557 มูลค่าโครงการ 2.62 หมื่นล้านบาท ในราคา 10 บาทต่อหน่วยลงทุน มูลค่าขั้นต่ำการจอง 1 หมื่นบาท และเพิ่มเป็นทวีคูณของ 1,000 บาท การจัดสรรหน่วยลงทุนโดยการจัดสรรให้ผู้จองซื้อหน่วยลงทุนจำนวนน้อยก่อน (Small Lot First)

กองทุน THIF จะลงทุนในโรงแรมจำนวน 12 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น จ.สุราษฎร์ ธานี และเชียงใหม่ จำนวนห้องรวม 3,753 ห้อง โดยโรงแรมทั้ง 12 แห่ง แบ่งเป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารจำนวน 10 โครงการ มูลค่า 20,150 ล้านบาท หรือประมาณ 79% และสิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคาร 2 โครงการ มูลค่า 5,410 ล้านบาท หรือประมาณ 21%

สำหรับโรงแรมที่เป็นกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร ประกอบด้วย 1.โรงแรม อิมพีเรียล สมุย บีช รีสอร์ท 2.โรงแรม อิมพีเรียล โบ๊ท เฮ้าส์ บีช รีสอร์ท 3.โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค 4.โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต 5.โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ถ. สุรวงศ์ เขตบางรัก 6.โรงแรม บันยันทรี สมุย 7.โรงแรมวนาเบลล์ เอ ลักซ์ซูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย 8.โรงแรม ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ 9.โรงแรมดับเบิ้ลทรี ฮิลตัน กรุงเทพ และ 10.โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่

นอกจากนี้ในส่วนที่เป็นสิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคาร 2 โครงการ ได้แก่ โรงแรม โอกูระ เพรสทีส กรุงเทพฯ ที่มีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือประมาณ 27 ปี และโรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพ , อโรยัล เมอริเดียน ที่มีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือประมาณ 35 ปี

นางชวินดา กล่าวว่า กองทุนนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ลงทุนในโรงแรมถึง 12 แห่ง และลงทุนในแบบเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร (ฟีโฮล) เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนทั้ง 12 แห่ง ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ดี มีศักยภาพในการเจริญเติบโตของรายได้ในอนาคตทำเลที่ตั้งทั้งอยู่ใจกลางเมืองและเขตธุรกิจในกรุงเทพฯ และรวมถึงต่างจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ได้แก่ เกาะสมุย เชียงใหม่ และภูเก็ต

นอกจากนี้ โรงแรมแต่ละแห่งมีผู้บริหารเชนโรงแรมมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ในการบริหารและจัดการโรงแรมที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น Meridien S.A. Starwood Asia Pacific Hotel and Resorts Pte.Ltd, Hilton International Management, Banyan Tree Hotels & Resorts Pte.Ltd และ Hotel Okura Co., Ltd เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนนี้มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ด้าน นายไพรัช มิคะเสน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า จากการสำรวจความต้องการของนักลงทุนยังให้ความสนใจกองทุน THIP ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร

“ปัจจุบันการลงทุนในโรงแรมแบบมีกรรมสิทธิ์ค่อนข้างหายาก ซึ่งกองทุนนี้มีสัดส่วนของความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์มากถึง 79% อีกทั้งกองทุนมีขนาดใหญ่และมีการกระจายการลงทุนในโรงแรมหลายแห่ง จึงช่วยลดความเสี่ยงกรณีที่โรงแรมใดโรงแรมหนึ่งได้รับผลกระทบก็ยังมีรายได้จากโรงแรมอื่นๆ ทดแทน” นายไพรัช กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่อโรงแรมที่กองทุนจะเข้าไปลงทุนไม่มากนัก และผลจากการสำรวจความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศก็ยังคงแสดงควาามสนใจลงทุน

กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนอสังหาฯที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปีนี้ ที่ผ่านมาเสนอขายเพียงหลักพันล้านบาทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร