posttoday
บีเอ็มฯ ชี้เทรนด์ตลาดปรับตัวมุ่งสู่เทคโนโลยีรถไฟฟ้า

บีเอ็มฯ ชี้เทรนด์ตลาดปรับตัวมุ่งสู่เทคโนโลยีรถไฟฟ้า

14 พฤษภาคม 2557

ในโอกาสการเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้ายานยนต์นานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ของ แยน เอเลน หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์

โดย...สไปรท์

ในโอกาสการเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้ายานยนต์นานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ของ แยน เอเลน หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บีเอ็มดับเบิลยู เอจี พร้อมการฉายภาพแนวโน้มการดำเนินธุรกิจและวิสัยทัศน์ในภาพรวมของ เมกะ เทรนด์ (Mega trends) หรือปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต สิ่งสำคัญคือบริษัทต่างๆ จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ในอนาคตและมองเห็นโอกาสสำคัญได้หรือไม่

“บริษัทเริ่มศึกษาเทรนด์แห่งอนาคตสำหรับ 10 ปีข้างหน้ามาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว จึงเริ่มปรับตัวและพัฒนาเทคโนโลยี ใหม่มาตั้งแต่ขณะนั้น ซึ่งถือว่าได้เปรียบบริษัทอื่นที่เพิ่งมีการปรับตัว ซึ่งผลจากการเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอนาคตของเราที่เห็นได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเห็นได้จากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 และบีเอ็มดับเบิลยู i8”

ถึงวันนี้ เมกะ เทรนด์ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในมุมมองของบริษัทคือ รถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นเทรนด์ที่มาทดแทนในอนาคต ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งเพราะเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันยังคงมีแนวโน้มที่โตขึ้นไปจนถึงปี 25632573 แต่หลังจากนั้นแล้ว เทรนด์การใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันจะลดลงและเปลี่ยนเป็นการใช้รถพลังงานไฟฟ้าแทน ซึ่งเชื่อได้ว่าเทคโนโลยีเช่น ปลั๊กอินไฮบริด (plugin hybrid) เช่นที่มีอยู่ในรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู i8 จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

ขณะที่นโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศในอาเซียนไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนสหภาพยุโรป (EU) โครงสร้างการทำงานของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนนี้ เราค่อนข้างแบ่งตลาดแต่ละประเทศอย่างชัดเจน หากจะมีประเด็นที่จะต้องพูดคุยด้านนโยบาย ก็จะเจรจาแยกกับรัฐบาลของแต่ละประเทศ สิ่งที่เห็นได้ชัดสำหรับตลาดหลักๆ ในภูมิภาค ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย ต่างก็ระบุให้ตลาดยานยนต์เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ และต้องการพัฒนาตลาดดังกล่าวเพื่อเพิ่มการจ้างงานและการลงทุน รวมถึงดึงดูดให้ซัพพลายเออร์มีการจ้างงานและลงทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ในด้านของภาครัฐก็มีนโยบายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศอาเซียน ส่วนตัวแล้วมีความชอบแผนระยะยาวเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโครงสร้างที่เด่นชัดและโปร่งใสมาก การกำหนดเป้าหมายและวางแผนระยะยาวนี้ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตยนตรกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในปี 2559 ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งหลายประเทศเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และไทยก็เช่นกันแต่ก็ควรเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์จะทำให้เกิดการเลือกเทคโนโลยีซึ่งส่งผลให้เสียภาษีสรรพสามิต น้อยกว่า ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูเชื่อว่าเทคโนโลยีทุกประเภทควรจะแข่งขันกันอย่างเท่าเทียม และควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการกำหนดมาตรฐานภาษีสรรพสามิตที่จะไม่นำปัจจัยด้านเทคโนโลยีมาทำให้เกิดความแตกต่าง เนื่องจากผู้บริโภคควรตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหมาะสมกับตนเอง

หากทุกเทคโนโลยีได้รับมาตรฐานเดียวกันจะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน