
หุ้นเด้งแรงภาคเช้าปิด 14.51 จุด
ดัชนีหุ้นภาคเช้าเปิดตัวแรงตั้งแต่เปิดตลาดและก็มีการเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดและปิดที่ 1,389.65 จุด เพิ่มขึ้น 14.51 จุด หรือ 1.06 % มูลค่าการซื้อขาย 22,113.94 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นภาคเช้าเปิดตัวแรงตั้งแต่เปิดตลาดและก็มีการเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดและปิดที่ 1,389.65 จุด เพิ่มขึ้น 14.51 จุด หรือ 1.06 % มูลค่าการซื้อขาย 22,113.94 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า มองตลาดหุ้นไทยเริ่มทรงตัว หลังดัชนีหุ้นร่วงมา 5 วันติด หรือลงมาประมาณ -3.3% ทำให้มีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิคได้เล็กน้อย แต่ยังไม่น่าไปไหนได้ไกล เนื่องจากต้องรอความชัดเจนทางการเมือง ที่ตอนนี้ใกล้ถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อและใกล้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ รัฐบาลรักษาการจะหารือ กกต.เคาะเลือกตั้ง รวมทั้งผลการประชุมส.ว.เพื่อระดมความเห็นในการหาทางออกประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้านี้
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าผลการหารือจะเป็นอย่างไร เชื่อว่ายังมีการชุมนุมต่อต้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องติดตามการสถานการณ์การชุมนุมต่ออีก ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ข้างหน้า ว่าจะเป็นอย่างไร อีกทั้งยังมองการเมืองไทยเดือน พ.ค. มีแนวโน้มยื้อและเสี่ยงเกิดเหตุรุนแรง ซึ่งจะกระทบประมาณการตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) และกำไรบจ.อาจถูกหั่นลงอีกรอบ รวมไปถึงโอกาสการถูกหั่นมุมมองเครดิตลงเป็น “เชิงลบ”
ขณะที่การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นต่างประเทศมีการปรับขึ้นเล็กน้อย เพราะมีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค หลังยอดค้าปลีกสหรัฐออกมาน่าผิดหวัง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ให้แนวรับวันนี้ 1,370 จุด และแนวต้านที่ 1,380-1,385 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้รอดูสถานการณ์ก่อน ยังไม่รีบร้อนซื้อคืน รอดูพัฒนาการทางการเมืองต่ออีกสักระยะ แต่หากนักลงทุนที่กล้าเสี่ยงอาจลุ้นเด้งสั้นๆ ได้ โดยเน้นตั้งรับและหากมีกำไรส่วนต่างราคาหุ้นแนะนำให้ขายเพราะต้นทุนของนักลงทุนต่างชาติรอบนี้อยู่ที่ 1,368-1,379 จุด
นอกจากนั้น เพราะงบผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ออกมาแล้วค่อนไปทางน่าผิดหวังหรือต่ำกว่าคาด แถมยังไม่สะท้อนผลกระทบเต็มที่จากภาวะเศรษฐกิจ ที่อ่อนตัวลง เนื่องจากมีแบ็กล็อกของเก่าทยอยรับรู้รายได้ และเชื่อว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 จะสะท้อนภาพที่แท้จริงของกำไร บจ.ได้มากขึ้น แนะนำลงทุนหุ้นในพอร์ตเพียง 20%
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
ICHI มูลค่าการซื้อขาย 2,782 ล้านบาท ปิดที่ 24.10 บาท เพิ่มขึ้น 3.60 บาท (+17.56)
SAWAD มูลค่าการซื้อขาย 2,283 ล้านบาท ปิดที่ 13.70 บาท เพิ่มขึ้น 2.10 บาท (+18.10)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,110 ล้านบาท ปิดที่ 191.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.60)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 961 ล้านบาท ปิดที่ 239.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท (+3.02)
IVL มูลค่าการซื้อขาย 928 ล้านบาท ปิดที่ 25.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท (+5.93)







