
แบงก์เมินเงินฝากใหม่แช่แข็งต้นทุนสินเชื่อชะลอ
ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องหยุดการแข่งขันแย่งชิงเงินฝาก
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องหยุดการแข่งขันแย่งชิงเงินฝาก เพราะไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย หากจะมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ๆ ก็เพื่อรักษาลูกค้าดั้งเดิมที่เงินฝากครบกำหนดไว้เท่านั้น เพราะการระดมเงินฝากเข้ามาจะกลายเป็นต้นทุนโดยเฉพาะต้องจ่ายเงินสมทบให้สำนักงานคุ้มครองเงินฝาก 0.2% ในเดือนมิ.ย. และ 0.2% ในเดือน ธ.ค.
ชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ภาพรวมเงินฝากของสถาบันการเงินทั้งระบบยังมีแนวโน้มเติบโตอยู่ แต่เติบโตช้าลงตามสภาพเศรษฐกิจ และแม้เศรษฐกิจจะซบเซาจนทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ไม่เห็นสัญญาณการนำเงินมาฝากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นมากจนผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มมนุษย์เงินเดือนเริ่มมีการฝากเงินเพิ่มขึ้นบ้าง แต่กลุ่มผู้ประกอบการเริ่มเห็นน้อยลง โดยเฉพาะรายที่สายป่านสั้น ยอดขายไม่ดี ทำให้เงินออมกลุ่มนี้ลดลงเพื่ออุดช่องว่างธุรกิจ
นอกจากนี้ สินเชื่อที่ไม่ค่อยเติบโตและสภาพคล่องที่ยังเหลืออยู่มากทำให้สถาบันการเงินไม่มีการแข่งขันดอกเบี้ยเพื่อระดมเงินฝาก ทิศทางจึงเป็นการออกเงินฝากประจำพิเศษ เพื่อทดแทนเงินฝากที่ครบกำหนดเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม
ขณะเดียวกัน ยังไม่เห็นเงินฝากไหลออกจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ไปหาธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กที่เสนอดอกเบี้ยเงินฝากสูงๆ เพราะแม้ดอกเบี้ยจะสูง แต่ระยะเวลาการฝากนานมากกว่า 3 ปี แต่จะเห็นเงินฝากโยกไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือกอื่นๆ เช่น ตราสาร หรือหุ้นกู้ ที่ความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูง ยกเว้นตลาดหุ้นที่ยังไม่มีใครกล้าลงทุน เพราะสถานการณ์การเมืองยังกดดันตลาด
กฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝาก การลงทุน ประกันภัย และธนบดี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ทิศทางเงินฝากของธนาคารสอดคล้องกับระบบที่ขณะนี้ไม่ต้องการดึงเงินฝากมาก เห็นได้จากการที่ไม่มีการแข่งขันดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะประเมินความต้องการสินเชื่อลดลงตามสภาพเศรษฐกิจและการเมือง
ทั้งนี้ แนวโน้มเงินฝากครึ่งปีหลังต้องรอประเมินสถานการณ์ในประเทศด้วยว่าจะมีผลทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นไปทิศทางใด หากไม่มีปัญหาการเมืองจนกระทบเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ทิศทางดอกเบี้ยของไทยควรจะเป็นขาขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจประเทศใหญ่ๆ ที่ฟื้นตัวและเตรียมขึ้นดอกเบี้ย แต่ปัญหาการเมืองที่ไม่ชัดเจน ความมั่นใจในการใช้จ่ายจึงยังไม่มี ไทยจำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยแบบผ่อนคลาย เพื่อไม่ให้กระทบกับการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ
ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อขยายตัวไม่สูงมาก เพราะจะเน้นดูแลคุณภาพสินเชื่อ รวมทั้งลดต้นทุนด้านดอกเบี้ย เพื่อรักษาส่วนต่างกำไรให้เติบโตได้ แต่ยังคงออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อจูงใจให้ฝากต่อรักษาฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยไว้
ประภาส ทองสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านสื่อสารองค์กร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณที่เปลี่ยนไป โดยพบว่ามีลูกค้าสนใจเปิดบัญชีเงินฝากประจำซีเนียร์มากขึ้น จากเดิมบัญชีสำหรับผู้สูงอายุได้รับยกเว้นภาษียังไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก นอกจากนี้ ลูกค้ายังสอบถามและจองซื้อกองทุนกันมากขึ้นด้วย สะท้อนว่าคนไทยเริ่มมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ธนาคารขนาดกลางและธนาคารขนาดเล็กมีการจูงใจลูกค้าด้วยการเสนอดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 4% แม้ว่าสถาบันการเงินหลายแห่งพยายามจะลดต้นทุนเงินฝากก็ตาม อาทิ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ออกเงินฝากประจำเพิ่มค่าสบายใจ อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลาฝาก 36 เดือนโดยไม่เสียภาษี พร้อมความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ปรากฏว่ามีลูกค้าสนใจฝากถึง 2,200 ราย คิดเป็นเงินฝาก 25 ล้านบาท หากลูกค้าฝากเท่ากันทุกเดือนจนครบกำหนดระยะเวลาฝากจะคิดเป็นยอดเงินฝากในแคมเปญนี้รวม 900 ล้านบาท
ด้านธนาคารเกียรตินาคิน ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ 3 ประเภท คือ เงินฝากประจำ 72 เดือน ดอกเบี้ย 4% ฝากประจำ 50 เดือน ดอกเบี้ย 3.5% และฝากประจำ 13 เดือน ดอกเบี้ย 3.15% เบื้องต้นมีประชาชนแสดงความสนใจวงเงินรวม 600 ล้านบาท แต่ต้องรออีก 12 เดือน จึงจะทราบว่าจะมีการเปิดบัญชีจริงเท่าไร







