posttoday
รื้อการศึกษาปั้นคนยุคใหม่

รื้อการศึกษาปั้นคนยุคใหม่

13 พฤษภาคม 2557

ในโลกยุคที่มีการแข่งขันสูง ทำให้บัณฑิตรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีศักยภาพโดดเด่นในหลายด้าน เพื่อพร้อมก้าวสู่โลกการทำงานและการแข่งขันระดับนานาชาติ

ในโลกยุคที่มีการแข่งขันสูง ทำให้บัณฑิตรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีศักยภาพโดดเด่นในหลายด้าน เพื่อพร้อมก้าวสู่โลกการทำงานและการแข่งขันระดับนานาชาติ

ด้วยเหตุนี้ ทำให้สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตให้มีทักษะครบทุกมิติมากขึ้น

มัทนา สานติวัตร อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า แนวทางการศึกษายุคใหม่ต้องสอนให้เด็กคิดเป็นและเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ การศึกษาที่ให้แค่ข้อเท็จจริงเท่านั้นไม่พออีกต่อไปแล้ว ขณะเดียวกันปัจจุบันมีคนสนใจเรียนหลักสูตรนานาชาติเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า โกลบอลเจน (GlobalGen) หรือเด็กรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเข้าสู่โลกสากล ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มีกระบวนการทางความคิด ทัศนคติที่เป็นสากล รู้จักปรับตัวเองให้ตอบสนองต่อบริบทโลก แต่กลุ่มโกลบอลเจน ก็ยังมีปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษ ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงต้องการเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ได้เพิ่มทักษะด้วยการพัฒนาหลักสูตรสองภาษา (ไบลิงกัว)

ทั้งนี้ หลักสูตรปริญญาตรีสองภาษาจะเป็นการเติมเต็มมิติทั้ง 3 ด้านให้กับผู้เรียน ได้แก่ 1.ความรู้ในวิชาชีพเฉพาะด้าน โดยทุกหลักสูตรมีความร่วมมือกันในการสอนร่วมจากภาคธุรกิจ 2.ความเป็นสากล เพื่อเตรียมพร้อมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การมีทักษะ กล้าคิด กล้าเสี่ยง กล้าลอง มีกระบวนการคิดแบบสากล และต้องยกระดับความสามารถทางภาษาให้ดีกว่าเดิม และ 3.ทักษะในการอยู่ร่วมกับสังคมสากล

“ตอนนี้คิดว่าหลักสูตรปริญญาตรีสองภาษาคือทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาอ่อนภาษาของเด็กไทย”

ด้าน จิราพร เกิดชูชื่น ผู้อำนวยการโครงการพัฒนานักศึกษาสู่สากล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า แนวโน้มการศึกษาต้องสร้างสมดุลใหม่ระหว่าง “ภาคทฤษฎี” กับ “ภาคปฏิบัติ” เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง

สำหรับหลักสูตรปริญญาสองภาษา เบื้องต้นเปิดสอน 6 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการตลาด วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ การโฆษณา การบัญชี และการจัดการธุรกิจสายการบิน โดยจะเริ่มเปิดสอนปีการศึกษา 2557 ในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนจะขยายหลักสูตรสู่กลุ่มการท่องเที่ยวและการโรงแรมต่อไปในอนาคต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการศึกษาไทยเพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า จะต้องพัฒนาหลักสูตรการศึกษาให้มีความหลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและดึงนักเรียนให้สนใจการเรียนมากขึ้น มุ่งเน้นการผลิตบุคลากรที่มีทักษะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างครอบคลุมมากขึ้น

นอกจากนี้ ต้องพัฒนาทรัพยากรการศึกษาและใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น พัฒนาครูผู้สอนและสื่อการเรียนการสอน ทั้งด้านของความเพียงพอและด้านคุณภาพ

พร้อมกันนี้ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการศึกษาต้องวางแผนระยะยาวเพื่อผลิตบุคลากรที่จะเป็นแรงงานในอนาคตให้เหมาะสมกับสภาพตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน