
LHขายหุ้นกู้1,500ล้านตุนเงินซื้อที่ดิน
แลนด์แอนด์เฮ้าสขายหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท เตรียมเงินซื้อที่ดินคืนหนี้ ทริสฯลดมุมมอง SIRI หลังผลงานต่ำ
แลนด์แอนด์เฮ้าสขายหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท เตรียมเงินซื้อที่ดินคืนหนี้ ทริสฯลดมุมมอง SIRI หลังผลงานต่ำ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 1,500 ล้านบาท โดยมีอายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 3.25% เปิดขายระหว่างวันที่ 78 พ.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ครั้งนี้ LH จะนำไปซื้อที่ดิน บางส่วนจะคืนหนี้ที่ครบกำหนดชำระและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจต่อไป
ปัจจุบัน LH มีหุ้นกู้ที่ยังไม่ครบกำหนด จำนวน 8 รุ่น มีมูลค่ารวม 1.95 หมื่นล้านบาท และมีตั๋วเงินระยะสั้นและเงินกู้ระยะสั้นประมาณ 6,078 ล้านบาท
ในปีนี้ LH ตั้งเป้าที่จะใช้เงินลงทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท ในการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยมีแผนจะเปิดโครงการ 21 โครงการ มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท และมีสินค้าในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ก็ขายหุ้นกู้ โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ได้ยื่นขออนุญาตที่จะขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 1415พ.ค.นี้ แต่ยังไม่ได้ระบุวงเงินที่จะเสนอขาย รวมถึงบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) ได้ขายหุ้นกู้วงเงิน 500 ล้านบาท
ด้านบริษัท ทริส เรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท แสนสิริ (SIRI) ที่ “BBB+” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันที่ “BBB” แต่ลดมุมมองจากเชิงบวกเป็นคงที่ หลังมีผลดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดไว้ และอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ค่อนข้างสูง และความกังวลในการยกเลิกการจองจากลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น และผลจากการเมืองทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงและความต้องการที่อยู่อาศัยซบเซา
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2557 SIRIมีโครงการที่อยู่อาศัย จำนวน 114 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ1.4 แสนล้านบาท และมีมูลค่ายอดขายรอการรับรู้รายได้สูงถึง 5.1 หมื่นล้านบาท และมีจำนวนหน่วยเหลือขายมูลค่าประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท ดังนั้น รายได้ในปี 2557 จึงไม่ควรต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเท่ากับจำนวนยอดขายที่รอการส่งมอบในปีนี้
ทริสฯ คาดว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับปัจจุบัน ซึ่งลงมาเหลือ 10% ในปี 2556 จากปี 2553 อยู่ที่ 16% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 3334% ของรายได้รวม ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น เป็น 24% จาก 20%







