
ปปง.ติวแบงก์คุมเข้ม"แก๊งคอลเซ็นเตอร์"
แม้ภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่กระทบปากท้องชาวไทยเพียงใด
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
แม้ภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่กระทบปากท้องชาวไทยเพียงใด แต่เหล่ามิจฉาชีพก็ไม่เคยหยุดที่จะหลอกลวงล้วงเอาเงินไปจากเหยื่อ ทั้งการหลอกบนความไม่รู้เท่าทันและบนความโลภของผู้เสียหายเอง
ล่าสุด เหล่ามิจฉาชีพในคราบ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ได้กลับมาอาละวาดอีกครั้งตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบไปเล็กน้อย จากการหลอกให้เหยื่อกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ไปเป็นการ “เปิดบัญชีธนาคาร” ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อให้การหลอกลวงครั้งนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ตกเป็นเครื่องมือของแก๊งอาชญากร เพื่อใช้เป็นช่องทางในการโอนเงินหรือฟอกเงินไปโดยปริยาย
จากการเปิดเผยของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พบว่า มีการเปิดบัญชีธนาคารที่เชื่อว่าอาจนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ปปง. จำนวน 476 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคดีฉ้อโกงทางโทรศัพท์ (คอลเซ็นเตอร์) 306 บัญชี คดียาเสพติด 20 บัญชี คดีฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม 106 บัญชี และคดีฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต 44 บัญชี
ในบรรดารูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพครั้งนี้ คดีคอลเซ็นเตอร์ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมากที่สุดในช่วงวันที่ 4-30 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินแล้วจำนวน 77 ราย สูญเงินไปถึงราว 33 ล้านบาท โดยพบว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบให้โอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารแทนการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม โดยเหยื่อส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้สูงอายุ ข้าราชการบำนาญ และอ้างชื่อ “พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์” เลขาธิการ ปปง. หรือเป็นเจ้าหน้าที่จาก ปปง.
สำหรับรูปแบบพฤติกรรมของแก๊งลวงโลกครั้งนี้ จะโทรไปหาเหยื่อโดยแจ้งว่าเหยื่อมีปัญหาค้างชำระหนี้บัตรเครดิต กำลังถูกตรวจสอบบัญชี ถูกอายัดบัญชี หรืออ้างว่ามีความผิดปกติเรื่องการโอนเงินเข้าออก ซึ่งอาจเข้าข่ายการฟอกเงิน ดังนั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่แก๊งได้ไปเปิดบัญชีไว้
ปัจจุบัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์เปลี่ยนวิธีการเบิกเงิน ไม่ได้ไปกดเงินของเหยื่อที่ตู้เอทีเอ็มเหมือนเมื่อก่อน แต่ไปเบิกเงินที่ธนาคารแทน ทาง ปปง.ต้องการประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ “รับจ้างเปิดบัญชี” ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อแลกกับเงินไม่กี่พันบาทนั้น หาก ปปง.ตรวจสอบพบจะดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชนและคดีอาญาฐานฟอกเงิน โทษจำคุก 110 ปี ปรับเป็นเงิน 2 หมื่น2 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์เองในฐานะที่กลายเป็นช่องทางของแก๊งมิจฉาชีพ จะต้องเป็นหูเป็นตาดูแลมากขึ้นด้วยว่ามีความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติหรือไม่
ที่สำคัญ ธนาคารและสถาบันการเงินนั้น ควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามกฎหมายการปราบปรามการฟอกเงิน ควรตรวจสอบประวัติลูกค้าที่มาเปิดบัญชีธนาคาร ตรวจสอบประวัติการเงินว่าเงินเข้าและออกบัญชีปกติไหม เช่น มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเข้าจำนวนมากและเงินออกจากบัญชีอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน หากพบเห็นบัญชีลูกค้าต้องสงสัยให้ขึ้นบัญชีดำและแจ้ง ปปง. แต่ถ้าธนาคารไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอาจมีความผิด โทษปรับ 5 แสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 5,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
ทั้งนี้ แก๊งมิจฉาชีพมักใช้ช่องทางธนาคารพาณิชย์เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้น ปปง.จึงตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารพาณิชย์ใดถูกแก๊งมิจฉาชีพใช้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อหลอกให้ประชาชนโอนเงินมากที่สุด ซึ่งจะไปตรวจสอบว่า เกิดข้อบกพร่องในการตรวจสอบหรือบันทึกข้อมูลรายละเอียดประวัติผู้เปิดบัญชีตามข้อกำหนดของ ปปง.หรือไม่ หรือได้มีการรายงานในบัญชีธนาคารที่มีการทำธุรกรรมการเงินผิดปกติต่อ ปปง.หรือไม่ หากธนาคารไม่ปฏิบัติตามก็มีโทษ ถ้าธนาคารพาณิชย์ติดตามอย่างใกล้ชิดก็สามารถที่จะปิดช่องทางแก๊งมิจฉาชีพที่จะใช้เป็นเครื่องมือโอนเงินที่กระทำความผิดกฎหมายได้
ในขณะเดียวกัน ปปง.ยังได้แจ้งเตือนสถาบันการเงินและประชาชน ระวังการทำธุรกรรมที่ใช้หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของเงินสกุลเสมือนจริง (Virtual Currency) มาใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าแทนเงินสด เช่น บิทคอยน์ ซึ่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและไม่มีมูลค่าในตัวเอง ทำให้ลูกค้าต้องรับความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมดังกล่าว
ปปง.ยังให้จับตาเป็นพิเศษกรณีการทำธุรกรรมที่มีความเคลื่อนไหวของเงินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกรรมข้ามประเทศ อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ทำให้บริษัทที่ให้บริการอาจมีความผิดตามกฎหมายด้วย
หากแบงก์ช่วยเป็นหูเป็นตากับเจ้าหน้าที่มากขึ้น นอกจากจะช่วยสกัดกั้นการกระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังนับเป็นการช่วยเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ดียิ่งกว่าการทำซีเอสอาร์ใดๆ เสียอีก







